posttoday
พีพีทีวีหวังผังใหม่ดันติดที่5

พีพีทีวีหวังผังใหม่ดันติดที่5

27 มกราคม 2558

พีพีทีวียกเครื่องผังใหม่ ย้ำกลยุทธ์พรีเมียมแมส หวังขยับเรตติ้งขึ้นอันดับ 5 จากปัจจุบันอันดับ 9

พีพีทีวียกเครื่องผังใหม่ ย้ำกลยุทธ์พรีเมียมแมส หวังขยับเรตติ้งขึ้นอันดับ 5 จากปัจจุบันอันดับ 9

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารช่องพีพีทีวี เอชดี เปิดเผยว่า จากแนวโน้มการแข่งขันของช่องทีวีดิจิทัลที่รุนแรงมากขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทต้องปรับผังรายการใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ เดอะ เน็กซ์ เลเวล แอนด์ บียอนด์ ด้วยการนำรายการใหม่มาออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรายการข่าว วาไรตี้ ซีรี่ส์ต่างประเทศ หรือละครไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่บริษัทจะปรับผังรายการใหม่ ได้นำรายการเก่าที่ไม่ได้รับความนิยมออกไปประมาณ 10-20% ของจำนวนรายการทั้งหมด เพื่อให้เหลือแต่รายการที่ตรงกับความต้องการของผู้ชม ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักที่บริษัทจะใช้ทำการตลาดนับจากนี้

สำหรับกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้กับการปรับผังรายการใหม่ในปีนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1.การปรับผังรายการใหม่โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ พรีเมียม แมส คอนเทนต์ 40% และ
เออร์เบิน แมส คอนเทนต์ 60% ส่วนกลยุทธ์ที่ 2 คือ การปรับเวลาของคอนเทนต์ให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้ชม

“แผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทยังคงตอกย้ำการเป็นพรีเมียมแมส ด้วยการลงทุนเพิ่มบุคลากร เทคโนโลยี เพิ่มรายการบันเทิงทั้งในส่วนของรายการบันเทิง เกมโชว์ เรียลิตี้โชว์ รายการซีซั่นนัล โปรแกรม และละครไทยที่จะผลิตออกอากาศ 8-10 เรื่อง เริ่มด้วยเรื่องเพลิงดาว ของผู้จัดนักปั้นดาราอย่าง เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร” นายเขมทัตต์ กล่าว

ด้านแผนลงทุนในปีนี้ บริษัทได้เตรียมงบไว้ที่กว่า 1,600 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนด้านเนื้อหาหรือคอนเทนต์ 1,000 ล้านบาท ทำการตลาด 200 ล้านบาท
นิวมีเดีย 100 ล้านบาท ลงทุนอุปกรณ์และเทคโนโลยี 250 ล้านบาท และสตูดิโอ 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับผังรายการใหม่ แต่ในส่วนของการคิดอัตราค่าโฆษณายังคงขายในราคาเดิม คือ เฉลี่ยที่ประมาณ 1 หมื่นบาท/นาที ขณะที่ราคาเรดการ์ดหรือราคาตั้งต้นก่อนให้ส่วนลดวางไว้ที่ประมาณ 2 แสนบาท/นาที ซึ่งสิ้นปีคาดจะเพิ่มสัดส่วนการขายโฆษณาได้เป็น 80% จากปัจจุบันมีสัดส่วนการขายโฆษณาที่ 40%

นายเขมทัตต์ กล่าวอีกว่า หลังจากบริษัทออกมาปรับแผนดำเนินธุรกิจ ด้วยการผลิตคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ชม คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีเรตติ้งอยู่ในอันดับ 5 จากปัจจุบันอยู่ในอันดับ 9 ของกลุ่มช่องทีวีดิจิทัล ไม่นับรวมช่องทีวีอะนาล็อกเดิม คือ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง 9 และมีรายได้ 700 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร