
อุตฯเคมีจี้รัฐเร่งแก้มาบตาพุด
บริษัทดาว เคมิคอล จี้รัฐบาลเร่งแก้มาบตาพุด เพราะโครงการต้องเร่งดำเนินการตามกำหนด และบางโครงการอยู่ในขั้นวิกฤตต้องเริ่มก่อสร้างโดยเร็ว
บริษัทดาว เคมิคอล จี้รัฐบาลเร่งแก้มาบตาพุด เพราะโครงการต้องเร่งดำเนินการตามกำหนด และบางโครงการอยู่ในขั้นวิกฤตต้องเริ่มก่อสร้างโดยเร็ว
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบนายมอลลี่ เพยฟาง ชาง กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทร่วมทุนระหว่างเครือซีเมนต์ไทย กับบริษัทดาว เคมิคอล และผู้จัดการทั่วไป บริษัทดาว เคมิคอล ประเทศไทย ว่า บริษัทดาว เคมิคอล ต้องการความชัดเจนเรื่องการแก้ปัญหามาบตาพุดโดยเร็ว เนื่องจากมี 2 โครงการของดาวเคมิคอล ที่ติดคำสั่งศาลปกครองอยู่ และมีความจำเป็นต้องเริ่มดำเนินการให้ทันกำหนด เพื่อลดผลกระทบทางธุรกิจ
สำหรับโครงการ 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการโรงงานผลิตโพลีเอททีลีน เป็นโรงงานผลิตโพลีเอททีลีนเพื่อจำหน่ายให้กับตลาดโลก และตลาดในประเทศบางส่วน จึงจำเป็นต้องเริ่มดำเนินการให้ทันตามกำหนดในสิ้นเดือนมิ.ย. 2553 ซึ่งโครงการนี้เป็นโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย ไม่อยู่ในข่าย 8 กิจการรุนแรงของกระทรวงอุตสาหกรรม และ ร่าง 21 โครงการ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ขณะที่อีก 1 โครงการ คือ โครงการผลิตไฮโดรเจน เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัทดาวเคมิคอลและโซล์เวย์ แต่ทางสำนักแผนและนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแดล้อม (สผ.) และการนิคมอุสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ไม่ออกจดหมายเห็นชอบการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และใบอนุญาตก่อสร้างดำเนินการให้ เนื่องจากคำสั่งศาลปกครอง ซึ่งโครงการนี้จะต้องเริ่มก่อสร้างโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เสร็จในช่วงเวลาเดียวกับโครงการที่เกี่ยวข้องภายในไตรมาสแรกของปี 2554 เพราะเป็นโครงการผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ หากดำเนินการไม่ได้โรงงงานอื่นๆ จะไม่มีวัตถุดิบป้อนกระบวนการผลิต
ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงว่าที่ผ่านมาก็ได้เร่งให้ความช่วยเหลือจนสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ เหลือเพียงรอบัญชีรายชื่อประเภทกิจการรุนแรงที่คาดว่าคณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯจะสรุปได้ภายในสัปดาห์หน้า
“ได้รับปากทางดาวเคมีคอลว่าเมื่อกระบวนการจบ ก็จะมานั่งดูเป็นรายกรณีไปว่าแต่ละแห่งต้องแก้ไขอะไรบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทำให้ทางดาวเสียโอกาสไปช่วงหนึ่ง โดยจะพยายามเร่งรัดดำเนินการให้เร็ว ซึ่งก็ต้องเข้าใจรัฐบาลว่าต้องทำตามรัฐธรรมนูญและต้องดูแลประชาชนด้วย”นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ได้เริ่มทำงานรายงานอีไอเอ และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ล่วงหน้าแล้ว จึงมีโอกาสที่จะขอปลดล็อกคำสั่งศาลศาลปกครองได้เร็วขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะช่วยเร่งกระบวนการทางราชการให้รวดเร็วเท่าที่จะทำได้ ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 67
อย่างไรก็ตาม ทางนักลงทุนยังมั่นใจที่จะลงทุนและพร้อมจะขยายการลงทุนในประเทศไทยต่อ เพราะเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากรอยต่อของกฎหมาย และในเดือนก.ค. นี้ ประธานบริษัท ดาว เคมีคอล จะเดินทางมาพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี







