posttoday
ส่องเวียดนาม ธุรกิจสุขภาพ-ความงามมาแรง

ส่องเวียดนาม ธุรกิจสุขภาพ-ความงามมาแรง

26 มกราคม 2558

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

เศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของเวียดนามส่งผลดีต่อกำลังซื้อได้ทำให้การใช้ชีวิตของชาวเวียดนามเปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การดูแลสุขภาพ

ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 400 คน พร้อมมีการเก็บตัวอย่างเชิงปริมาณจากการจัดสนทนากลุ่ม พบว่าคนเวียดนามที่มีรายได้สูงมักนิยมไปรับการรักษา หรือตรวจสุขภาพที่ต่างประเทศมากกว่าที่รับบริการในประเทศ

ขณะเดียวกัน คนที่มีรายได้ดีขึ้น ยังมีแนวโน้มหันมาดูแลเรื่องการรักษาสุขภาพมากขึ้น และให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มขึ้น จากปกติที่คนเวียดนามมักจะไม่ไปพบแพทย์ ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยมาก โดยคนจะซื้อยาจากร้านขายยาโดยไม่มีใบสั่งยา แต่จะให้คนขายเป็นคนวินิจฉัยโรคและสั่งยา

สำหรับการดูแลสุขภาพแบบอื่นนั้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างประมาณครึ่งหนึ่งจะรับประทานอาหารเสริม หรือวิตามิน ขณะที่  2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง มักจะดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งการวิ่งและเดิน เป็นการออกกำลังกายที่นิยมทำกันมากที่สุด

นอกจากนี้ กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับมาตรฐานชีวิตที่ดีขึ้น และอิทธิพลจากสื่อต่างๆ ทำให้คนเวียดนามหันมาสนใจเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมากขึ้น ห่วงใยความงามและสุขภาพมากขึ้น ทำให้จ่ายเงินซื้อเครื่องสำอาง เครื่องบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น แชมพู  ทั้งที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่นและนำเข้าจากต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่จะนิยมเครื่องสำอางของเกาหลีและญี่ปุ่น

คนเมืองส่วนใหญ่จะซื้อเครื่องสำอางยี่ห้อที่ชอบ คนที่ฐานะดีจะซื้อเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้าต่างชาติ ส่วนผู้ที่มีรายได้ไม่สูงนัก นิยมซื้อจากร้านทั่วไป ที่มีทั้งแบรนด์ท้องถิ่น แบรนด์จีน หรือแม้แต่ของเลียนแบบ

“กลุ่มตัวอย่างวัย 18-22 ปี มากกว่า 1 ใน 3 นิยมซื้อครีมหรือโลชั่นทาผิวเป็นประจำ คนกลุ่มนี้ ประมาณ 20% จะแต่งหน้า ส่วนวิทยาการเสริมความงามสมัยใหม่ เช่น โบท็อกซ์ การพบแพทย์ผิวหนัง รับประทานอาหารเสริม ยังมีการเข้าถึงน้อย” รายงานระบุ

สำหรับทัศนคติเรื่องความสวยความงาม ผู้หญิงให้ความสำคัญกับการมีผิวสวยมากที่สุด รองลงมาคือ การแลดูอ่อนเยาว์คงความสาวอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างอายุ 30-39 ปี และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มียี่ห้อเป็นที่รู้จักกันดี ขณะที่ผู้ชายให้ความสำคัญกับการทำศัลยกรรมเสริมความงามมากที่สุด รองลงมาคือ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มียี่ห้อเป็นที่รู้จักกันดี และการใช้บริการคลินิกเสริมความงาม

จากข้อมูลที่ได้จะเห็นว่า เวียดนามเป็นอีกตลาดที่มีความน่าสนใจและเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปเจาะตลาด โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม เพราะเป็นธุรกิจที่ไทยแข่งขันได้ดีและเป็นที่ยอมรับด้านมาตรฐานบริกา

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน