posttoday
ไทยแลนด์ เบสต์เฟรนด์ ปี 2  80 ล้าน แลก 6 หมื่นล้าน

ไทยแลนด์ เบสต์เฟรนด์ ปี 2 80 ล้าน แลก 6 หมื่นล้าน

15 มิถุนายน 2553

หลังจากเปิดตัวโครงการไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ ปีที่แล้วเป็นปีแรก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะต้นคิด อ้างว่าประสบความสำเร็จ ทำให้ตัวเลขส่งออกร่วงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ปีนี้จึงประกาศสานต่ออีกปี แม้จะมีเสียงท้วงติงพร้อมบัตรสนเท่ห์ ระบุใช้งบสูงเกินจริง แต่กระทรวงพาณิชย์ก็ประกาศกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานออกมาเรียบร้อยแล้ว

นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า รูปแบบโครงการไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ (TBF) ปีนี้ ยังคงจัดในลักษณะการทำกิจกรรมด้านการตลาดที่ภาคเอกชนนิยมใช้รักษาฐานลูกค้าเดิม เพราะการเพิ่มยอดขายจากลูกค้ารายเดิม จะใช้งบประมาณในการสนับสนุนน้อยกว่าการเพิ่มยอดขายจากลูกค้าใหม่ ในกรณีที่มีงบประมาณจำกัด ดังนั้นทางกระทรวงพาณิชย์จึงนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้

การดำเนินโครงการไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ ปี 2553 ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นมา วิธีการ กระทรวงพาณิชย์จะคัดเลือกรายชื่อผู้ส่งออกแต่ละกลุ่มสินค้าที่ติด 1 ใน 3 ของการส่งออกไทย โดยดูข้อมูลการส่งออกจากกรมศุลกากร เมื่อได้รายชื่อผู้ส่งออกไทยที่เข้าร่วมโครงการ ก็จะให้เอกชนคัดเลือกลูกค้าชั้นดีที่ติด 1 ใน 5 ของยอดซื้อแต่ละบริษัทมาเป็นแขกให้กับรัฐบาลไทย โดยจะถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีสุดสำหรับคนไทย

โครงการไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ ในปีนี้กำหนดวันจัดงานระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.2 ก.ค. วันแรก จะเริ่มเชิญแขกพิเศษเข้าไปพักในโรงแรม วันที่สอง พาชมสถานที่สำคัญ เช่น พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว ตลาดน้ำ เพื่อโชว์ความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

ช่วงบ่ายจะนำแขกพิเศษรับมอบเกียรติบัตรในฐานะคู่ค้ารายสำคัญจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และ วันสุดท้าย จะนำแขกพิเศษทั้งหมดไปเลี้ยงอำลาที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

แขกพิเศษที่เชิญมาจะได้รับมอบบัตร TBF CARD มีระยะเวลาในการได้รับสิทธิพิเศษจากบัตรนานถึง 2 ปี กล่าวคือ ผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองระดับวีไอพี จากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ทุกครั้งที่เดินทางมาประเทศไทย ไม่ต้องเสียเวลากับการเข้าคิวตรวจคนเข้าเมือง

พร้อมกันนี้ จะได้รับส่วนลดพิเศษจากโรงแรมและรีสอร์ต ร้านอาหารยอดนิยม สปา ฟิตเนสคลับระดับห้าดาว สนามกอล์ฟชั้นนำ โรงพยาบาล และร้านค้าต่างๆ ของศูนย์การค้าชั้นนำกว่า 300 ร้านค้า ที่เข้าร่วมโครงการ และได้รับสิทธิบริการพิเศษจากกระทรวงพาณิชย์ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ฉุกเฉินกรณีที่มาพักในประเทศไทย สามารถโทร.หาสายด่วน 1169 ได้ตลอดเวลา ซึ่งจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ผู้ที่ได้รับเชิญมายังจะมีรายชื่อติดอยู่ในทำเนียบไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ บนเว็บไซต์ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้นมาในปีนี้ด้วย เพื่อสร้างความภูมิใจให้กับลูกค้าในฐานะเป็นแขกของคนไทย และรัฐบาลไทยจะประชาสัมพันธ์แขกพิเศษไปยังประเทศที่ตนเองอยู่ด้วย

งบประมาณที่ใช้ในการจัดงานไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ ปีนี้ อยู่ที่ 80 ล้านบาท ใช้ในการเชิญลูกค้ารายใหญ่เข้ามา 150 ราย จาก 43 ประเทศทั่วโลก ลูกค้าเหล่านี้มียอดซื้อรวมกันกว่า 3.35 แสนล้านบาท โดยงบประมาณที่ใช้มากกว่าปีที่แล้ว ที่ใช้งบประมาณเพียง 40 ล้านบาท หรือเพิ่มถึงเท่าตัว เนื่องจากปีที่แล้วเชิญลูกค้ารายใหญ่เข้ามาเพียง 50 ราย

อย่างไรก็ดี เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในปีนี้เปรียบเทียบกับการจัดงานเมื่อปีที่แล้ว จะมีต้นทุนการจัดงานถูกกว่า เพราะจำนวนลูกค้าที่เชิญเข้ามามีมากกว่า

ผลของการจัดงานในปีที่แล้วสามารถรักษาระดับการส่งออกให้ไม่ลดลงจากยอดซื้อของลูกค้าที่เดินทางเข้ามาประมาณ 6,340 ล้านบาท เพราะปีที่แล้วการส่งออกเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าหมายจะมียอดสั่งซื้อสินค้าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 20% หรือ 6.6 หมื่นล้านบาท เพราะช่วงเวลาการจัดในปีนี้ถือว่าเป็นช่วงที่มีความเหมาะสมมากกว่าปีที่แล้วที่จัดช่วงเดือน ส.ค. แต่ปีนี้วางแผนจัดปลายเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ลูกค้ากำลังสั่งซื้อสินค้าล็อตใหญ่ เตรียมไว้สำหรับไตรมาส 3 และไตรมาส 4

นอกจากยอดขายสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในปีนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศว่า ประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองภายในประเทศ

การเชิญลูกค้าชั้นนำ 150 รายเข้ามา ถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังประเทศต่างๆ ที่ห้ามคนเดินทางเข้าไทย ว่าไทยได้ผ่านพ้นวิกฤตนั้นแล้ว อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพราะงบประมาณที่จัด 80 ล้านบาท ลงมาในระบบเศรษฐกิจไทยทั้งหมด คาดว่าการท่องเที่ยวไทยจะได้รายได้เพิ่มจากการใช้จ่ายของผู้ติดตามที่มากับลูกค้าชั้นดีในครั้งนี้ด้วย คาดว่าจะมีการใช้จ่ายจากผู้ติดตามประมาณ 180 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน