
เจริญ-เนสท์เล่ลุยอาเซียน
เอฟแอนด์เอ็น บุกตลาดนมอาเซียน ต่อสัญญาเนสท์เล่ 22 ปี ตั้งไทยเป็นฮับรุกอินโดจีน
เอฟแอนด์เอ็น บุกตลาดนมอาเซียน ต่อสัญญาเนสท์เล่ 22 ปี ตั้งไทยเป็นฮับรุกอินโดจีน
ยักษ์เครื่องดื่มเอเชีย เฟรเซอร์แอนด์นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น หลังเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่สิงคโปร์มาเป็นกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ไทยเบฟ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหว ขยายความร่วมมือกับยักษ์วงการอาหารยุโรปกลุ่มเนสท์เล่
ดาโต๊ะ อึ้ง จุย เซีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟโฮลดิ้งส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมคาร์เนชั่น เปิดเผยว่า บริษัทได้เซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์แบรนด์เนสท์เล่ต่อเป็นครั้งที่ 2 หลังจากสัญญาจะสิ้นสุดปี 2560 โดยเอฟแอนด์เอ็นจะเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์คาร์เนชั่น ตราหมี ตราหมีโกลด์ ไอดีลมิลค์ และมิลค์เมด ที่ลาว กัมพูชา และไทย ส่วนครีมเทียมชนิดหวานทำตลาดมาเลเซีย บรูไน และสิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 22 ปี (2560–2582)
ทั้งนี้ ใช้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิตกลุ่มนมป้อนตลาดอินโดจีน อาทิ ลาว เวียดนาม พม่า เบื้องต้นปีนี้ลงทุนเพิ่มสายการผลิตและบรรจุภัณฑ์นมข้นจืดคาร์เนชั่นราว 300 ล้านบาท ที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เพิ่มกำลังผลิต 30-40% รองรับความต้องการตลาดอาเซียน 3-5 ปี หลังปี 2550 ลงทุน 600 ล้านริงกิต สร้างโรงงานในไทยและมาเลเซีย รวมทั้งจะไปลงทุนสร้างโรงงานที่เวียดนาม และสนใจทำตลาดอินโดนีเซีย ใช้โรงงานมาเลเซียเป็นฐานผลิต
“อาเซียนถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญ สำหรับเอฟแอนด์เอ็น ที่ผ่านมาได้ทำตลาดผ่านการสร้างเครือข่ายหลายประเทศ โดยมีฐานการผลิตทั้งในสิงคโปร์ มาเลเซีย ขณะที่ไทยนับว่าเป็นตลาดที่สำคัญสร้างยอดขาย 1 ใน 3 ของอาเซียน และยังสามารถขยายตลาดได้อีกมาก เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายในไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนม เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ แล้วมีเครื่องดื่มหลากหลาย อาทิ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มเกลือแร่” ดาโต๊ะ อึ้ง จุย เซีย กล่าว
สำหรับสภาพตลาดนมข้นหวานและจืดในไทยยังมีโอกาสโตได้อีกมาก เพราะรายได้ประชากรเพิ่มขึ้น ปริมาณนักท่องเที่ยวในไทยผลักดันให้ตลาดขยายตัว อีกทั้งยังเกิดจากการสร้างตลาด ให้ผู้บริโภคนำสินค้าไปปรุงอาหาร เบเกอรี่ นอกจากเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว จากในปีที่ผ่านมาตลาดมีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท โต 4-5% บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 2 ใน 3 ทั้งนี้สินค้าในกลุ่มเนสท์เล่ทำรายได้สัดส่วน 1 ใน 3 ของเอฟแอนด์เอ็น
อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญาในครั้งไมโล ยูเอชที และตราหมี ยูเอชที ในไทยและอินโดจีน จะกลับไปสู่การบริหารของเนสท์เล่







