posttoday
เกี่ยงฟ้องแพ่งข้าว

เกี่ยงฟ้องแพ่งข้าว

23 มกราคม 2558

พาณิชย์โยนปปช.ยื่นเรียกค่าเสียหายเอง เผยราคาขั้นต่ำเทสต๊อกแค่ 340 เหรียญ/ตัน

พาณิชย์โยนปปช.ยื่นเรียกค่าเสียหายเอง เผยราคาขั้นต่ำเทสต๊อกแค่ 340 เหรียญ/ตัน

พาณิชย์เมินออกหน้าฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายทุจริตขายข้าวจีทูจี 4 สัญญา ชี้มีหน้าที่แค่ส่งข้อมูล

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเรียกค่าเสียหายกรณีการทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 4 สัญญาว่า ในส่วนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องให้ชดใช้ค่าเสียหายกรณีดังกล่าว เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ที่จะส่งฟ้อง ส่วนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเท่าใดนั้นเป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง และคณะทำงานที่มีตัวแทนจากทั้ง 2 หน่วยงานร่วมพิจารณา

“กรมคงจะพิจารณาเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องทางวินัยของข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่ถูกชี้มูลเท่านั้น ส่วนการฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญา เป็นหน้าที่ที่ ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการ เพียงแต่กรมและกระทรวงการคลังมีหน้าที่จัดส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. และที่ผ่านมาก็มีการส่งข้อมูลให้มาโดยตลอด” นางดวงพร กล่าว

นางดวงพร ยังกล่าวถึงการเปิดประมูลข้าวในสต๊อกของรัฐ 9.9 แสนตันว่า จะมีการกำหนดราคาขั้นต่ำของมูลค่าข้าวในแต่ละคลัง สำหรับเป็นราคาเริ่มต้นที่จะใช้ในการประมูล และแจ้งให้เอกชนทราบและตัดสินใจเข้าร่วมประมูล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขายในราคาที่ประกาศออกมา เช่น กรณีที่มีเอกชนรายเดียวเสนอซื้อข้าวในราคาเดียวกับที่ประกาศไว้จะไม่อนุมัติขาย เพราะถือว่าไม่มีการแข่งขันในการเสนอราคา ส่วนกรณีที่เอกชนเสนอราคาประมูลมาเท่ากัน ก็จะให้แต่ละรายเสนอราคาเพิ่มใหม่โดยเคาะราคาเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท/ครั้ง จนกว่าจะได้ผู้ที่เสนอราคาสูงสุด

“การประมูลข้าวในรอบนี้ถือว่ามากสุดในรอบหลายๆ ปี โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ที่นำมาเปิดประมูลสูงถึง 8.5 แสนตัน ซึ่งยังตอบไม่ได้ว่าจะมีคนซื้อหมดหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะมีผู้สนใจเข้ามาเสนอราคา เห็นได้จากการที่เอกชนเดินทางเข้ามารับฟังการชี้แจงในรอบนี้เป็นจำนวนมาก ขณะที่การเปิดประมูลรอบนี้จะไม่กระทบต่อราคาข้าวในตลาด เนื่องจากผลผลิตข้าวนาปรังฤดูกาลใหม่ยังไม่ออกมา ทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าผลผลิตจะลดลงมากจากภัยธรรมชาติ” นางดวงพร ระบุ

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า กรมการค้าต่างประเทศได้เปิดชี้แจงรายละเอียดการประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลแบบยกคลังปริมาณรวม 9.99 แสนตัน ใน 168 คลัง 36 จังหวัด แบ่งเป็นข้าวขาว 5% ประมาณ 8.5 แสนตัน และข้าวหอมมะลิ 1.5 แสนตัน โดยประกาศราคาขั้นต่ำของข้าวในแต่ละคลังเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1.16 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในการชี้แจงการประมูลข้าวรอบนี้ มีตัวแทนของบริษัท สยามอินดิก้า เข้าร่วมรับฟังด้วย ซึ่งจากการสอบถามกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการขึ้นบัญชีดำกับบริษัทดังกล่าว เพราะต้องรอหนังสืออย่างเป็นทางการจาก ป.ป.ช. และจะให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวต้องขึ้นแบล็กลิสต์หรือไม่

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า การประมูลข้าวยกคลังรอบนี้เชื่อว่าจะมีเอกชนสนใจเข้าร่วมซื้อข้าวจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการข้าวถุงในประเทศ เพราะจากราคาขั้นต่ำแต่ละคลังที่กรมการค้าภายในประกาศออกมาเป็นราคาไม่สูงมาก โดยราคาข้าวหอมมะลิราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 20-21 บาท/กิโลกรัม ต่ำกว่าราคาข้าวหอมมะลิเก่าในตลาดที่ขาย 31-32 บาท/กิโลกรัม ส่วนข้าวขาว 5% เฉลี่ยราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 8-10 บาท/กิโลกรัม ต่ำกว่าราคาตลาดที่ขายอยู่ที่ 13 บาท/กิโลกรัม

“ราคาส่งออกข้าวขาวไทยอยู่ที่เฉลี่ย 410 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งมีราคาสูงกว่าเวียดนามที่ส่งออกในราคา 370 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่หากเอกชนประมูลซื้อข้าวได้ใกล้เคียงกับราคาขั้นต่ำที่กรมกำหนด หรือคิดเป็น 340 เหรียญสหรัฐ/ตัน ผู้ส่งออกก็จะสามารถนำข้าวไปส่งออกในราคาที่แข่งขันได้” นายเจริญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ราคาข้าวไทยแพงกว่าราคาคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนามได้ลดค่าเงินลงมา แต่ส่วนตัวก็ยังเห็นด้วยที่รัฐบาลจะเร่งระบายข้าวเพื่อลดแรงกดดันราคาข้าวไทยในตลาดโลก

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร