posttoday
ว่าด้วยหุ้นสายการบิน และหุ้นทีวีดิจิทัล

ว่าด้วยหุ้นสายการบิน และหุ้นทีวีดิจิทัล

23 มกราคม 2558

ช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมจัดงานสัมมนา “เทคนิคพิชิตหุ้น ปี 2558” ต้องยอมรับว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจในเรื่องการสัมมนาตลาดหุ้น เพราะสังเกตได้จากห้องประชุม อ.สังเวียน ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นักลงทุนล้นออกมาก ซึ่งอาจจะทำให้หลายท่านไม่ได้รับความสะดวกไปบ้าง ก็ต้องขออภัย ทั้งหมดจึงแสดงให้เห็นว่าประชาชนโดยทั่วไปยังสนใจลงทุนในตลาดหุ้นและนับวันยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมจัดงานสัมมนา “เทคนิคพิชิตหุ้น ปี 2558” ต้องยอมรับว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจในเรื่องการสัมมนาตลาดหุ้น เพราะสังเกตได้จากห้องประชุม อ.สังเวียน ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นักลงทุนล้นออกมาก ซึ่งอาจจะทำให้หลายท่านไม่ได้รับความสะดวกไปบ้าง ก็ต้องขออภัย ทั้งหมดจึงแสดงให้เห็นว่าประชาชนโดยทั่วไปยังสนใจลงทุนในตลาดหุ้นและนับวันยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งแน่นอนว่าในมุมมองที่ผมให้ความคิดเห็นลงไปในงานสัมมนาครั้งนี้ ผมมองว่าตลาดหุ้นไทยยังเปราะบางและเสี่ยง หรือมองในภาษานักลงทุนง่ายๆ ก็คือ มีโอกาสปรับตัวลดลงสูงมากในช่วงต้นปี เพราะผมมองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นในช่วงครึ่งปีหลังเป็นอย่างเร็ว แม้ในเหตุการณ์ตลาดหุ้นปัจจุบันกรณีมองในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้ว กำลังใกล้จุด Break Out (ขึ้นหรือลงแรง) แต่นั้นน่าจะเป็นการได้เสียในระยะสั้นประมาณ 40-60 จุด เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการลงทุนในช่วงไตรมาสแรกไม่ควรลงทุนแบบรีบเร่งและผลีผลาม

การนำเสนอมุมมองการลงทุนผมพยายามเลือกหุ้นขนาดกลางในการนำเสนอ แต่ไม่สนใจหุ้นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผลก็คือหุ้นขนาดใหญ่ตราบใดที่ความชัดเจนของนักลงทุนต่างประเทศไม่เกิดขึ้น โอกาสที่ขึ้นแรงๆ ยาก และเชื่อว่าผลประกอบการที่จะประกาศออกมาของ q4 ปี 2557 และ q1-q2 ของปี 2558 จะไม่ดีนัก จึงไม่มีเหตุผลที่หุ้นขนาดใหญ่จะขึ้นแรงๆ ยกเว้น ราคาน้ำมันจะดีดกลับแรงๆ ซึ่งน่าจะเป็นครึ่งปีหลังมากกว่า

ส่วนหุ้นขนาดเล็กการออกมาตรการสกัดการเก็งกำไรซึ่งเริ่มใช้ในปีนี้จะเริ่มทำงาน โดยส่วนตัวผมเองเห็นด้วย โดยเฉพาะการสกัดตั้งแต่เริ่ม มิใช่ปล่อยให้ราคาหุ้นขึ้นไป 100-200% และจึงออกมาตรการ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ส่วนหลายท่านบอกว่า การออกมาตรการเช่นนี้หุ้นเล็กจะขึ้นไม่ได้ ซึ่งไม่น่าจะจริง เพราะกรณีหุ้นดีจริงการสร้างแรงซื้อเทียมก็ไม่จำเป็นและก็ไม่ต้องเสแสร้งหรือโฆษณาด้วย ซึ่งผมเชื่อว่ากรณีหุ้นดีจริงในที่สุดก็จะมีการขึ้น เพราะนักลงทุนก็จะเข้าไปลงทุนเอง จากเหตุผลดังกล่าวผมจึงพยายามเลือกหุ้นขนาดกลาง หุ้นขนาดกลางที่ผมเลือกในงานสัมมนาเทคนิคพิชิตหุ้นปี 2558 ของ บลป.เอกการลงทุน ผมนำเสนอหุ้นสายการบินและหุ้นทีวีดิจิทัล ด้วยเหตุผลคือ

หุ้นสายการบิน

ผมเชื่อว่าต้นทุนที่แท้จริงของการทำธุรกิจสายการบิน ก็คือ ราคาน้ำมัน แม้หลายคนที่เป็นห่วงเรื่องการแข่งขันราคา หรือเมื่อมีข่าวเรื่องความปลอดภัยจะเป็นเรื่องลบของธุรกิจสายการบิน จริงๆ แล้วไม่น่าใช่ เพราะจากราคาเฉลี่ยการขายตั๋วผู้โดยสารในหลายสายการบินปรากฏว่า ราคาขายเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่มีจำนวนสายการบินเกิดมากขึ้น

ซึ่งในเชิงทางปฏิบัติจริงแล้ว ส่วนตัวผมเคยมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับกรรมาธิการคมนาคมของวุฒิสภา ปัญหาจริงๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรายได้บริษัท น่าจะเป็นเรื่องการจัดการ เรื่องบุคลากร และอื่นๆ มากกว่า เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาปัจจุบันที่ราคาน้ำมันมีการปรับตัวลดลงมากกว่า 50% ต้นทุนของสายการบินจะลดลงมาก และผมเชื่อว่าจำนวนการใช้สายการบินจะไม่ลดลง เพราะนอกจากการรายงานงบการเงินทางรายได้ของบริษัทเหล่านี้แล้ว ผมเองก็เดินทางค่อนข้างเยอะ ในรอบหลายปีนี้ แม้มีข่าวเรื่องโรคระบาด เศรษฐกิจไม่ดี เครื่องบินตก แต่ผมพบว่าจำนวนผู้โดยสารกลับเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งกรณีมองราคาตลาด ณ ปัจจุบัน หุ้นในธุรกิจสายการบินราคา ตลาดต่ำกว่าราคา IPO จึงเป็นโอกาสทองที่ท่านสามารถเลือกทุนได้

หุ้นทีวีดิจิทัล

ต้องยอมรับว่า แม้ก่อนหน้านี้เราจะมีความรู้สึกว่าการรับชมทีวีดิจิทัลยากกว่าการดูทีวีจากเสาปกติ ซึ่งเมื่อก่อนเรามี 6 ช่อง ปัจจุบันผมเข้าใจว่าเรามีมากกว่า 20 ช่องที่เป็นเชิงพาณิชย์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปปรากฏว่าการรับชมง่ายขึ้น สะดวกขึ้น สัญญาณแรงขึ้น ซึ่งแปลว่าคนดูมากขึ้น เพราะฉะนั้นการหาโฆษณาซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญสำหรับคนทีวีก็จะง่ายขึ้นและราคาสูงขึ้น ซึ่งปรากฏว่าตัวเลขค่าโฆษณาเมื่อเทียบจากทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลทีวี เปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลทีวี จะเพิ่มสูงขึ้นในระดับ 10 เท่าจากเดิม แม้จะดูต่ำเมื่อเทียบกับฟรีทีวีเดิม แต่สูงกว่าเดิมมากเมื่อบริษัทเหล่านี้เคยเก็บกับลูกค้า เพราะฉะนั้นแม้ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นจากค่าประมูลที่ต้องจ่ายให้กับทางหน่วยงานของรัฐ

แต่อย่าลืมว่าค่าใช้จ่ายนั้น FIX รายได้จะเพิ่มขึ้นทุกปี และมีหลายบริษัทในการบริหารค่าใช้จ่ายดีๆ ปรากฏว่าค่าใช้จ่ายไม่เพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนที่เคยนำเงินจำนวนมากไปซื้อเวลาในช่องฟรีทีวีเดิม อีกทั้งต้องยอมรับว่า การทำการตลาดด้านหาลูกค้าง่ายขึ้น ผู้บริโภครู้จักมากขึ้น ทั้งหมดนี้จึงน่าจะประเมินได้ว่า หุ้นเหล่านี้รายได้จะดีขึ้น ซึ่งก็หมายถึงราคาตลาดของหุ้นจะเพิ่มขึ้น

บทสรุป

หุ้นในกลุ่มสายการบินและทีวีดิจิทัลน่าสนใจและควรหาจังหวะในการลงทุน ส่วนภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้น คาดว่าอยู่ในช่วงการ Break Out และกรณียืน 1,540 จุดได้ อาจจะมีการปรับตัวสูงขึ้นได้ แต่นั้นก็เป็นภาพระยะสั้น แต่สำหรับภาพระยะกลาง-ยาว ยังเชื่อว่าภาพตลาดยังคงมีความเสี่ยงในช่วงต้นปี แต่สิ่งที่จะขจัดความเสี่ยงได้กรณีตลาดปรับตัวขึ้น ก็คือการเลือกหุ้นลงทุนนั้น ก็คือเหตุผลในการนำเสนอบทความวันนี้

หมายเหตุ ขอประชาสัมพันธ์สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจจะร่วมเดินทางไปที่อิตาลี โดยจะทริปเป็น “อิตาลี โรแมนติก” ระหว่างวันที่ 8-16 เม.ย. 2558 (อยู่ดีกินดี เดินทางโดยสายการบินไทย) สนใจติดต่อ 02-221-4559

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?