
นิสสันหวั่นผลลบรถปีนี้ตรึม
นิสสัน ชี้ปัจจัยลบตลาดรถปี 2558 มีมากกว่าบวก ส่วนน้ำมันราคาดิ่งกระทบวงกว้างเสียเยอะกว่าดี
นิสสัน ชี้ปัจจัยลบตลาดรถปี 2558 มีมากกว่าบวก ส่วนน้ำมันราคาดิ่งกระทบวงกว้างเสียเยอะกว่าดี
นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส การตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ประเทศไทยปี 2558 มีปัจจัยลบเยอะมากกว่าปัจจัยบวก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ลดลง น่าจะเป็นปัจจัยบวก แต่กลับเป็นปัจจัยลบ ส่งผลกระทบเยอะกว่าในวงกว้าง อาทิ กระทบอัตราแลกเปลี่ยน กระทบเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงการส่งออกและการใช้จ่ายเป็นลูกโซ่
นอกจากนี้ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำยังส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจซื้อรถยนต์ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคใต้ที่มียอดขายในภาพรวมตลาดลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังอยู่ในระดับทรงตัวจากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ยากขึ้น ซึ่งมาจากปัจจัยของหนี้เสียในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก โดยมีอัตราไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากเดิมอยู่ในระดับ 10% ต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปีนี้
ทั้งนี้ เชื่อว่าการแข่งขันด้านการจัดรายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) จะเริ่มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการปรับสมดุลการผลิต เข้าสู่สภาวะปกติ รวมถึงความระมัดระวังในการจัดโปรโมชั่นตามความจำเป็นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ หลังจากที่มีความรุนแรงสูงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดในการสื่อสารให้มีความ
ต่อเนื่องมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยใช้วิธีการสื่อสารที่ลงลึกรายละเอียดตามแต่ละรุ่นให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดจำนวน 10 รุ่นด้วยกัน
“แม้สภาวะตลาดจะได้รับผลกระทบหรือชะลอตัวมากน้อยเพียงใด บริษัทจะต้องพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ให้ได้ โดยต้องยอมรับว่า ตลาดส่งออกรถยนต์ในปีนี้จะไม่ดีเท่ากับปีก่อนๆ จากสภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนราคาน้ำมันกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่อง ประกอบกับตลาดในประเทศไม่ได้ฟื้นตัวเติบโตดี ซึ่งปกติทั้งสองตลาดจะมีการสลับเพื่อชดเชยกันและกัน จึงทำให้คาดการณ์และวางแผนยากขึ้น” นายประพัฒน์ กล่าว
ขณะที่ภาพรวมตลาดรถยนต์ปี 2557 ที่สรุปตัวเลขยอดขายประจำปีอยู่ที่ 8.81 แสนคัน ถือได้ว่าเป็นไปตามคาดการณ์ที่ตลาดตกต่ำตามสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายในประเทศ ถือได้ว่าเป็นปีที่ตลาดปรับฐานสะท้อนความต้องการที่แท้จริง โดยจากการวิเคราะห์ตลาดพบว่า ยังมีความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่เกิดขึ้นอยู่บ้าง ซึ่งในปี 2558 คาดว่าภาพรวมตลาดจะอยู่ในระดับไม่ถึง 1 ล้านคัน ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป







