
พารากอนชู3กลยุทธ์เลี่ยงศึกราคา
โพสต์ทูเดย์
— รอยัล พารากอน ฮอลล์ เมินไมซ์ดัมพ์ราคา ชู 3 กลยุทธ์ รุกเทเลอร์ เมด รักษาฐานลูกค้าคนไทย หลังการเมืองทำรายได้วูบ 20% ระบุตลาดต่างชาติยังอืด คาดฟื้นตัวไตรมาส 2 ปีหน้า พร้อมปรับตัวผนึกพันธมิตรรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียนนายอรุณ เทง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท รอยัล พารากอน เอ็นเตอร์ไพรซ์ ผู้บริหารรอยัล พารากอน ฮอลล์ เปิดเผยว่า แผนการตลาดในครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมใช้ 3 กลยุทธ์หลัก กระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการพื้นที่บริเวณศูนย์รอยัลฯ เพิ่มขึ้น ได้แก่ 1.การรักษาฐานลูกค้าเก่า และการขยายฐานลูกค้าใหม่ จัดงานแบบเทเลอร์เมด ตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น 2.ปรับเปลี่ยนพื้นที่การจัดงานให้มีความหลากหลายและ 3.เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนไทย สัดส่วน 80% และต่างชาติ 20% เนื่องจากสถานการณ์การเมืองไทย ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ชะลอหรือยกเลิกการเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานตลอดปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ตลาดต่างประเทศ จะฟื้นตัวประมาณไตรมาส 2 ปี 2554 ขณะที่ไตรมาสแรกปีหน้า ไมซ์ในประเทศจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนของไมซ์ต่างประเทศ ทางสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สสปน. ได้จัดแพ็กเกจสนับสนุนผู้ประกอบการ รวมถึงมอบความพิเศษให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ไมซ์ในประเทศ บริษัทเน้นใช้กลยุทธ์แข่งขันด้านราคา เพราะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้
“
บริษัทไม่มีแผนปรับราคาขึ้นหรือลดในการเช่าพื้นที่ โดยต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป แต่จะเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าทั้งด้านการบริการ ระบบการจัดการที่ดี ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองได้ปิดให้บริการนานร่วม 2 เดือน ได้ปิดปรับปรุงพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น การเปลี่ยนพรมใหม่” นายอรุณ กล่าวสำหรับภาพรวมธุรกิจ บริษัทได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ยอดจองลดลง 20% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีการยกเลิกงาน 34 งาน ส่วนใหญ่เป็นงานของลูกค้าคนไทย การกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา มียอดการจองจัดงานเข้ามาราว 75% จนถึงสิ้นปีนี้ โดยปีนี้บริษัทเชื่อว่าจะโต 520% ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จะลดลง 20% เทียบกับรายได้ปีที่ผ่านมา 130
นายอรุณ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจไมซ์ในประเทศไทย จะลดลงราว 20% เนื่องจากต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง ในช่วงนี้ นอกจากนี้บริษัทได้ปรับตัวเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากร ฝึกฝนด้านภาษา เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มอาเซียนในปี 2558เชื่อว่าในช่วงดังกล่าวไมซ์ประเทศไทยจะได้รับการตอบรับที่ดีโดยบริษัทจะเป็นพันธมิตรร่วมกับโรงแรมแคมปิ้นกี้ มีกำหนดการเปิดให้บริการปลายปีนี้ ทำให้บริษัทเป็นสถานที่จัดการประชุมที่มีความครบวงจรด้านที่พัก และสถานที่ ถือเป็นจุดแข็งทางการแข่งขันในอนาคต







