
นันยางอัดงบเพิ่ม30%ลุยตลาด
เข็นสินค้าใหม่อัดกิจกรรมต่อมั่นใจเติบโต7%ตามเป้าหมาย
โพสต์ทูเดย์
— นันยางอัดงบการตลาดเพิ่ม 30% เปิดตัวสินค้าอัดกิจกรรมต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง รักษาการเติบโต 7% ตามแผนนายสมชาย สีสมสง่า ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท นันยาง มาร์เก็ตติ้ง เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปีจะใช้งบการตลาดในการเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 30% เพื่อเป็นการสร้างความต่อเนื่องของการทำธุรกิจในประเทศไทย
สำหรับแผนงานหลัก ได้แก่ การเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยล่าสุดได้เปิดตัวรองเท้าฟองน้ำนันยาง เวิลด์ คอลเลกชัน 2010 ลิมิเต็ด เอดิชัน ซึ่งเป็นคอลเลกชันพิเศษครั้งแรกในรอบ 60 ปี รวมถึงมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันก็จะมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การผลักดันตลาดเพื่อให้ยอดจำหน่ายเติบโตตามแผนที่วางไว้ 7% ตลอดทั้งปี จากที่ครึ่งปีแรกมีการเติบโตมาประมาณ 15% ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากยอดจำหน่ายกว่า 2 ใน 3 ของบริษัทจะมาจากช่วงครึ่งแรกของปีอยู่แล้ว
“
เราจะเดินหน้าทำตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากปกติที่ผ่านมาการทำตลาดหลักจะเกิดในช่วงครึ่งแรกของปี และจะซาลงไปในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งปีนี้คงเปลี่ยนไปจากเดิม โดยในครึ่งหลังของปีจะเห็นกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์ของนันยางมากขึ้น” นายสมชาย กล่าวปัจจุบันนันยางเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้ารองเท้าผ้าใบสำหรับนักเรียน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% จากตลาดรวมมูลค่า 2,500 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตไม่สูง เฉลี่ยปีละประมาณ 3% เท่านั้น
สำหรับกลุ่มรองเท้าฟองน้ำนั้นมีมูลค่าของตลาดรวมปีละ 3,0005,000 ล้านบาท โดยมีการแบ่งสัดส่วนของสินค้าที่หลากหลายมากกว่า โดยนันยางมีส่วนแบ่งการตลาดสินค้ากลุ่มนี้ประมาณ 30% จากการเก็บสถิติภายในของบริษัท
นายสมชาย กล่าวถึงการเปิดตัวคอลเลกชันรองเท้าแตะครั้งแรกในรอบ 60 ปี ว่า เป็นนโยบายเพื่อขยายกลุ่มลูกค้าของบริษัทที่ต้องการหากลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มรองเท้าแตะระดับกลางและพรีเมียมที่ยังมีช่องว่างในตลาดอยู่ โดยเริ่มวางจำหน่ายราคา 229 บาท ผ่านช่องทางห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง เช่น สยามพารากอน เซ็นทรัล เป็นต้น
สำหรับช่องทางการจำหน่ายหลักของนันยางยังเป็นช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไปสูงถึงกว่า 70% ขณะเดียวกันก็มีการเปิดช่องทางการจำหน่ายร้านโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้าประมาณ 30% ในปัจจุบัน ซึ่งหากมีการพัฒนาสินค้าใหม่ออกมา ก็จะปรับช่องทางการจำหน่ายไปตามความเหมาะสมของสินค้าใหม่เช่นกัน







