
โยเกิร์ตแลนด์ลั่นโดดลุยอาเซียน
เรฟ ไบท์ คว้าแบรนด์ โยเกิร์ตแลนด์จากอเมริกา เปิดตลาดเซาท์อีสต์เอเชีย ปูพรม 10 สาขาในไทย
เรฟ ไบท์ คว้าแบรนด์ โยเกิร์ตแลนด์จากอเมริกา เปิดตลาดเซาท์อีสต์เอเชีย ปูพรม 10 สาขาในไทย
นายพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรฟ ไบท์ ผู้นำเข้าโฟรเซนโยเกิร์ต เปิดเผยว่า ได้ซื้อมาสเตอร์แฟรนไชส์โฟรเซนโยเกิร์ตแบรนด์โยเกิร์ตแลนด์จากอเมริกา เพื่อรับสิทธิการขยายสาขา
ทั่วเซาท์อีสต์เอเชียระยะเวลา 10 ปี โดยแผนธุรกิจ 3 ปีแรก หรือระหว่างปี 2558-2560 จะเข้าไปเปิดตลาด 3 ประเทศใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประเทศละ 50 ล้านบาท
สำหรับปีนี้ตั้งเป้าเปิดร้านโยเกิร์ตแลนด์ในไทย 10 สาขา โดยใช้กลยุทธ์โลคัลสโตร์ มาร์เก็ตติ้ง หรือเข้าไปเปิดสาขาตามพื้นที่ชุมชนและห้างสรรพสินค้า มี 2 รูปแบบ ได้แก่ ร้านนั่งรับประทานขนาดพื้นที่ 140 ตารางเมตร (ตร.ม.) มีตู้กดไอศกรีมโยเกิร์ต 6 เครื่อง ลงทุน 6-7 ล้านบาท โดยจะเปิด 9 สาขา และรูปแบบคีออสก์ มีตู้กด 4 เครื่อง จำนวน 1 สาขา ที่เทอร์มินอล 21 จากนั้นในปี 2559 จะเปิดตลาดในประเทศมาเลเซีย 8 สาขา และปี 2560 ที่สิงคโปร์ 4 สาขา
ทั้งนี้ การเข้ามาทำตลาดไอศกรีมโยเกิร์ต เนื่องจากเป็นตลาดใหม่และเล็กมีมูลค่า 100 ล้านบาทเท่านั้น หรือไม่ถึง 1% ของตลาดไอศกรีมในไทยมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีอัตราเติบโต 10% ต่อเนื่องมา 3-4 ปีทื่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมองว่าอัตราบริโภคไอศกรีมคนไทยยังน้อยมากเฉลี่ย 2 ลิตร/คน/ปี จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เมื่อเทียบกับมาเลเซียอยู่ที่ 2.5 ลิตร/คน/ปี และอเมริกา 15 ลิตร/คน/ปี
“โยเกิร์ตแลนด์เปิดธุรกิจในอเมริกา 9 ปี และเติบโตอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบันมีร่วม 400 สาขา ปีนี้มีแผนจะขยายเพิ่มกว่า 550 สาขา ซึ่งจะสร้างรายได้กว่า 4,000 ล้านบาทในปีนี้ โดยมีจุดเด่นด้านความหลากหลายของรสชาติที่มีกว่า 100 รสชาติในปัจจุบัน ซึ่งในไทยช่วงแรกจะเปิดตัว 17 รสชาติ และปลายปีจะเปิดเพิ่ม 6-7 รสชาติ ราคาเริ่มต้น 80 บาท ขนาด 100 กรัม หลังจากเปิดตัวเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา อัตราการซื้อโดยเฉลี่ย 130-200 บาท” นายพรศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ตลาดโฟรเซนโยเกิร์ตปีนี้คาดว่าจะมีอัตราเติบโต 150% จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 250 ล้านบาท โดยมีคู่แข่งในตลาด 3 แบรนด์ ได้แก่ ยู มู และเมนี่ คัพส์ เป็นต้น ซึ่งการแข่งขันของตลาดจะเน้นพัฒนารสชาติใหม่ๆ ออกมาให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง และบริษัทจะใช้งบตลาด 6-7 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ทำรอยัลตี้โปรแกรมพร้อมกับมอบส่วนลดพิเศษ 10-20% เป็นต้น
นอกจากนี้ ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้าจะเปิดบริการไอศกรีมโยเกิร์ตเทกโฮมหรือนำกลับไปกินที่บ้านได้ อีกทั้งวางแผนเปิดขายแฟรนไชส์ในอนาคต มั่นใจว่าเทรนด์การบริโภคของคนไทยที่มองหาไอศกรีมเพื่อสุขภาพจะทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี โดยปีแรกตั้งเป้ารายได้ 150 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่ง 60% ของตลาดโฟรเซนโยเกิร์ต







