posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

20 มกราคม 2558

เร่งแก้ใบเหลืองสินค้าประมง

เร่งแก้ใบเหลืองสินค้าประมง

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้มีมาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ตามข้อสังเกตของสหภาพยุโรปหรืออียูแล้วเสร็จ ภายหลังที่ได้รับการแจ้งเตือนและอียูเตรียมออกใบเหลืองให้กับประเทศไทย เนื่องจากมาตรการแก้ไขของไทยไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของไอยูยู ซึ่งหากไม่ดำเนินการจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทยที่มีมูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดอียูประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ มาตรการที่ออกมาแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย การแก้ไข พ.ร.บ.ประมง ฉบับใหม่ และการออกแผนปฏิบัติการแก้ไขการทำประมงไอยูยูใน 6 แผนหลัก และล่าสุดคณะกรรมการชุดที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงาน ทั้งกรมเจ้าท่า กรมการปกครอง กองบังคับการตำรวจน้ำ กองทัพเรือ กรมศุลกากร กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงสมาคมประมงท้องถิ่น 23 จังหวัดชายทะเล และสมาคมภาคเอกชนต่างๆ เชื่อว่าเมื่อครบกำหนด 6 เดือน ในเดือน ส.ค.นี้ ที่อียูให้เวลาไทยแก้ปัญหาคาดว่าจะได้รับการประเมินที่ดีขึ้นจนอาจมีการขยายเวลาแจ้งเตือนหรือการให้ใบเขียว

จับตานำเข้าน้ำมันปาล์มแก้ตึงตัว

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์ม โรงกลั่น โรงสกัด และผู้ผลิตปาล์มบรรจุขวด เพื่อรับมือสถานการณ์ปาล์มน้ำมันตึงตัว โดยล่าสุดสมาคมน้ำมันปาล์มระบุว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศค่อนข้างตึงตัวเหลือแค่ 1.1 แสนตัน ต่ำกว่าความต้องการใช้จริง ที่ควรเกิน 1.35 แสนตัน เนื่องจากผลผลิตปาล์มลดลงมากในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2557 หรือหายไปกว่า 5 แสนตัน จึงได้เสนอแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหา

แนวทางแรก ให้กระทรวงพลังงานปรับสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลจาก บี7 เป็น บี3 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แนวทางที่ 2 จะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้าให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเพื่อบรรจุขวด 4-5 หมื่นตัน ไม่เกินเดือน ก.พ. 2558 โดยมอบหมายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) รับผิดชอบในการนำเข้าและจัดสรรให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวด เพื่อให้ราคาขายปลีกปาล์มน้ำมันไม่เกินเพดานควบคุม 42.50 บาท/ขวด

เลิกใช้แร่ใยหินผลกระทบสูง

แหล่งข่าวจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า มติ ครม.ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนเรื่องการขึ้นทะเบียนแร่ใยหินเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เพราะหากกำหนดให้แร่ใยหินเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 จะกระทบกับประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า วัตถุอันตรายประเภทที่ 4 จะต้องห้ามนำเข้า ส่งออก ผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม หากประกาศใช้จริงประชาชนที่ใช้หลังคากระเบื้อง หรือวัสดุก่อสร้างต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินจะต้องรื้อถอนออกทั้งหมด และจะต้องใช้งบประมาณสูงในการเยียวยาผลกระทบ จึงควรให้มีกรอบเวลาการยกเลิกนำเข้าแร่ใยหินภายใน 2-5 ปี ตามชนิดของผลิตภัณฑ์เพื่่อลดผลกระทบ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน