
ส่องร้านกาแฟ ธุรกิจสุดป๊อปแดนผู้ดี
เมื่อปลายปีที่แล้ว กระทู้ดังในเว็บไซต์พันทิปนำเสนอว่าเด็กยุคใหม่มีค่านิยมในการมีกิจการเป็นของตัวเอง และร้านกาแฟก็เป็นกิจการฮิตติดอันดับสำหรับคนรุ่นใหม่
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
เมื่อปลายปีที่แล้ว กระทู้ดังในเว็บไซต์พันทิปนำเสนอว่าเด็กยุคใหม่มีค่านิยมในการมีกิจการเป็นของตัวเอง และร้านกาแฟก็เป็นกิจการฮิตติดอันดับสำหรับคนรุ่นใหม่
ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ประเทศอังกฤษเอง ธุรกิจร้านกาแฟก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นเดียวกัน โดยจากข้อมูลของบาร์เคลย์ส ระบุว่า ในประเทศอังกฤษมีร้านกาแฟมากถึง 1.65 หมื่นแห่ง 2013 และในปี 2014 ที่ผ่านมา ยอดขายในตลาดกาแฟก็เพิ่มถึง 6.4% เมื่อเทียบปีต่อปี แม้จะสวนทางกับการบริโภคกาแฟต่อหัวที่ปรับตัวลดลงก็ตาม
ตลาดกาแฟอังกฤษมีอะไรมากมายที่น่าสนใจมากมายนัก
ทำไมต้องเป็นร้านกาแฟ
คำตอบคือ ธุรกิจร้านกาแฟเกิดขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่เป้าหมายของผับหรือร้านกลางคืน
แอนดี ฮาร์ริสัน ผู้บริหารสูงสุดของวิทเบรด พีแอลซี บริษัทธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ร้านกาแฟถือเป็นสถานที่นัดพบ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของร้านกาแฟ เป็นกลุ่มลูกค้าที่มองหาสถานที่นัดพบ นอกเหนือไปจากผับ
“ผู้คนพูดถึงผับในฐานะที่เป็นสถานที่พบปะผู้คน แต่ผับมักเกี่ยวข้องกับผู้ชาย และเป็นร้านกลางคืนเสียมากกว่า ในขณะที่ร้านกาแฟเปิดทั้งวัน และเจาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิงและครอบครัว” ฮาร์ริสัน กล่าว
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พนักงานออฟฟิศและประชาชนมีแนวโน้มที่จะเข้าร้านกาแฟมากขึ้น โดยถือว่าร้านกาแฟเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนนอกเหนือจากบ้าน
แข่งกับร้านใหญ่อย่างไร
สำหรับผู้ต้องการเปิดกิจการร้านกาแฟคงเคยเจอคำถามที่ว่า “จะซื้อแฟรนไชส์มาดี หรือเปิดใหม่เองดี” แน่นอนว่าต้องเจอการแข่งขันกับร้านกาแฟใหญ่ๆ อย่างสตาร์บัคส์อีกด้วย
การจะเลือกระหว่างแฟรนไชส์หรือเปิดแบรนด์ใหม่ ควรขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ที่ประเทศอังกฤษ 43% ของประชาชนเห็นว่า ลูกค้าไม่ได้เลือกดื่มกาแฟจากแบรนด์ และไม่ได้มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์
แต่ทำอย่างไรจึงจะแข่งขันกับร้านใหญ่ๆ อย่างสตาร์บัคส์ได้ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องตระหนักไว้เสมอคือ ความสามารถในการแข่งขัน
ยกตัวอย่างเช่น หากทุกร้านมีการใช้น้ำเต้าหู้ในกาแฟ หรือมีกาแฟอัลมอนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอังกฤษ หากร้านของเจ้าของกิจการไม่มีสิ่งเหล่านี้ ถือว่ามีความสามารถในการแข่งขันน้อยกว่า
การฝึกฝนพนักงาน ถือเป็นอีกหลักปัจจัยสำคัญ ถ้าหากว่าเจ้าของกิจการเป็นบาริสตามือดี แต่หากพนักงานทำไม่เป็น ย่อมไม่อาจบริการลูกค้าได้ทั่วถึง
ประการถัดมา ควรสำรวจเทรนด์ความชอบกาแฟของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะจำเป็นอย่างมากสำหรับกิจการที่เปิดมานานแล้ว ยังจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับกิจการเปิดใหม่
ยกตัวอย่างเช่น เทรนด์กาแฟปี 2015 ที่อังกฤษ กาแฟมะพร้าวหรืออัลมอนด์ กาแฟดำ ไดรฟ์ทรู กาแฟก่อนนอน ล้วนเป็นสิ่งที่กำลังมาแรงทั้งสิ้น จะสังเกตได้ว่าธุรกิจกาแฟอย่างสตาร์บัคส์ของไทยก็เริ่มทำไดรฟ์ทรูแล้วเช่นเดียวกัน
สิ่งสำคัญอย่างสุดท้าย “รู้จักลูกค้า” การรู้ว่าลูกค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีไลฟ์สไตล์แบบไหน ย่อมช่วยให้การดำเนินกิจการร้านกาแฟไปรอดได้ รวมถึงแข่งขันกับเจ้าใหญ่ๆ ได้อีกด้วย
สำหรับประชาชนอังกฤษแล้ว ธุรกิจกาแฟจึงเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนและได้รับความนิยมอย่างมาก การจะแข่งขันกับร้านใหญ่ๆ อย่างสตาร์บัคส์ก็ง่ายนิดเดียว (แต่ทำยาก) แต่ต้องไม่ลืมว่า “ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าจะยอมรับและบริหารความเสี่ยงเหล่านั้นได้ดีแค่ไหน







