
การเพิ่มฐานผู้มีเงินได้และ ผู้เสียภาษีจะทำได้อย่างไร (2)
วันนี้มาติดตามต่อถึงเรื่องการเพิ่มฐานผู้มีเงินได้และผู้เสียภาษีจะทำได้อย่างไรกันครับ
วันนี้มาติดตามต่อถึงเรื่องการเพิ่มฐานผู้มีเงินได้และผู้เสียภาษีจะทำได้อย่างไรกันครับ
คำถามที่ต้องการคำตอบ
1.ทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนคนไทยเข้ามาขึ้นทะเบียนภาษี ทั้งนี้ทางรัฐบาลจะใช้เป็นฐานข้อมูลในอนาคตในการกำหนดนโยบายภาษีอากรของประเทศในระยะยาว ข้อนี้ตรงกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนโยบายของสภาปฏิรูปที่ได้เสนอต่อกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเกี่ยวกับสิทธิของผู้เสียภาษี โดยเฉพาะการกำหนดให้บุคคลผู้มีรายได้ต้องแสดงฐานะ (กล่าวคือ ทุกคนที่มีเงินได้แม้ไม่อยู่ในอัตราที่ต้องเสียภาษี) ก็ต้องมีหน้าที่ยื่นแบบต่อกรมสรรพากร และบุคคลดังกล่าวควรมีเลขผู้เสียภาษี หรือเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่เป็นเลขเดียวกันกับเลขประกันสังคม ฯลฯ โดยรัฐบาลควรจะลงทุนในโครงสร้างที่จัดทำ Smart Card ที่สามารถอ้างอิงตรวจสอบได้ ผมเห็นว่าการที่รัฐบาลกำลังปรับโครงสร้างกระทรวงดิจิทัลและเทคโนโลยี โครงสร้างแรกที่ต้องลงทุนคือ การจัดทำบัตร Smart Card ที่สามารถขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้ในประเทศไทยเข้าสู่ระบบ ที่รู้ว่าแต่ละคนมีรายได้เท่าไร หรือไม่มีรายได้ รู้ว่าจะช่วยสนับสนุนหรือช่วยเหลือโดยตรงได้อย่างไร และเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ คนเหล่านี้ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยการเก็บภาษีนั้นรัฐบาลจะต้องทำให้โครงสร้างทางภาษีเป็นไปตามหลักความสามารถ (ของผู้เสียภาษี) หลักความเป็นธรรม หลักความเป็นกลาง และหลักความเท่าเทียมอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้ใช้มติ Smart Card ในการเป็นบัตรที่ผู้มีเงินได้นำไปใช้เพื่อนำค่าใช้จ่ายหรือค่าลดหย่อนมาหักได้
ดังนั้น การออกแบบบัตร Smart Card การจัดโครงสร้างให้เป็นไปตามหลักการข้างต้นก็จะทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลฐานผู้มีรายได้และผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษีอย่างครบถ้วน
เมื่อเรามีโครงสร้างและระบบ Smart Card ที่ดีแล้ว หน่วยงานของรัฐก็สามารถใช้บุคคลที่มีรายได้ต้องเสียภาษีเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการตรวจสอบเรียกเก็บภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนการหัก ณ ที่จ่าย การหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่ต้องอาศัยใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนได้ตามจริง ที่เรียกว่า E-Receipt จากต้นทางจนถึงปลายทาง แล้วรัฐบาลก็ใช้ระบบ Digital หรือ Smart Card เพื่อไปตรวจว่าผู้ออกใบกำกับภาษีได้นำเงินได้ดังกล่าวไปรวมเสียภาษีแล้วหรือยัง และยังสามารถลดการฉ้อโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม
การมีข้อมูลบัตร Smart Card เช่นว่านี้ สามารถโยงถึงระบบภาษีทรัพย์สินที่กรมที่ดินควรมีระบบสารสนเทศ ตรวจสอบว่าบัตร Smart Card นี้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ อย่างไร เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบการเก็บภาษีเงินได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือภาษีทรัพย์สิน หรือแม้แต่ภาษีมรดกได้ครบถ้วน
แน่นอนข้อมูลเช่นว่านี้รัฐบาลต้องลงทุนในโครงสร้างและต้องมีมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียภาษี เพื่อไม่ให้นำไปใช้กับฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมือง
2.บุคคลที่แสดงตนว่ามีรายได้และคนที่ต้องเสียภาษีในภาครัฐตามบัตร Smart Card ควรจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่น เงินอุดหนุนในรูปคูปอง หากรัฐมีความจำเป็นต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ซึ่งในความจริงรัฐอาจต้องเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่รัฐต้องช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำโดยการให้คูปอง หรือกรณีของชาวเกษตรกรหรือผู้ประกอบการอื่นๆ บุคคลเหล่านี้ควรเป็นบุคคลที่อยู่ภายใต้ฐานข้อมูลผู้มีเงินได้และในอนาคตเขาต้องมีเงินได้ถึงระดับที่ต้องเสียภาษี







