
เพื่อไทยสู้ทุกรูปแบบ
เว็บไซต์พรรคเพื่อไทยได้เผยแพร่รายละเอียดการตอบ 35 คำถาม ที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัดสิทธิชี้แจงของ ยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผ่านทางยูทูบ เป็นการชี้แจงก่อน สนช.จะลงมติถอดถอนยิ่งลักษณ์จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ จึงสรุปมาดังนี้
เว็บไซต์พรรคเพื่อไทยได้เผยแพร่รายละเอียดการตอบ 35 คำถาม ที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัดสิทธิชี้แจงของ ยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผ่านทางยูทูบ เป็นการชี้แจงก่อน สนช.จะลงมติถอดถอนยิ่งลักษณ์จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ จึงสรุปมาดังนี้
ข้อ 3 ตามที่ท่านได้กล่าวอ้างว่า นโยบายการจำนำข้าวมีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ท่านทราบหรือไม่ว่าหลักการของการรับจำนำข้าว รัฐบาลก่อนหน้านั้นจะรับจำนำข้าวจากเกษตรกรในราคาที่ไม่สูงกว่าราคาตลาดในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ?
ยรรยง : ก่อนจะมาเป็นโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ปกติมีวิธีการช่วยเหลือชาวนา 3 รูปแบบ คือ การจำนำ การประกันรายได้ และการชดเชยในรูปแบบต่างๆ จากการวิเคราะห์โครงการรับจำนำข้าวสมัยก่อนๆ ต่อเนื่องมา 30 กว่าปีนั้น พบว่า การจำนำในราคาที่ต่ำกว่าตลาดนั้น “ไม่ได้ผล” หากเราดูอดีต การจำนำข้าวในราคาต่ำ ไม่สามารถยกราคาตลาดข้าวให้สูงขึ้นได้ ราคาสินค้าอื่นก็ไม่ขึ้น ราคาสินค้านั้นเกิดจากจิตวิทยาตลาด เมื่อซื้อข้าวราคาต่ำก็จะขายข้าวในราคาต่ำ ราคาทั้งระบบก็ไม่สูง แม้กระทั่งสมัยโครงการประกันราคาข้าว ราคาตลาดก็ยังต่ำ ไม่สูงขึ้น แต่เมื่อตอนเรารับจำนำราคาสูงขึ้น ราคาตลาดข้าวเปลือกภายในประเทศสูงขึ้นจากตันละ 7,000 บาท เป็น 1.1 หมื่นบาท ได้จริง
ราคาข้าวในประเทศไทยเป็นราคาชี้นำที่จะช่วยกดดันให้ราคาในตลาดข้าวสูงขึ้น ดังจะเห็นว่าในช่วงนั้นราคาข้าวในตลาดโลกหรือราคาเอฟโอบี ข้าวสาร 5% ราคาสูงขึ้นประมาณ 5-10% ต่อตัน จากราคาที่ 380-420 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 450-550 เหรียญสหรัฐต่อตันจริง
หากเรารับจำนำราคาต่ำจะไม่ช่วยให้ราคาในตลาดจริงสูงขึ้นและชาวนาก็จะไม่ได้ประโยชน์ใด ราคาโครงสร้างข้าวในตลาดเป็นตลาดไม่สมบูรณ์ คือผู้ขายข้าวเป็นรายย่อย จึงไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะติดหนี้สินบ้าง ชะลอการขายไม่ได้ พ่อค้าจะให้ราคาเท่าไรก็ต้องขาย ที่อ้างว่าโครงการรับจำนำทำลายกลไกตลาดนั้น ในความเป็นจริง “โครงการรับจำนำข้าวมุ่งให้กลไกเข้มแข็งมากขึ้น โดยการเพิ่มอำนาจต่อรองให้ชาวนา”
ข้อ 10 เหตุใดจึงยังหาเสียงว่าเป็นการรับจำนำข้าว แทนที่จะบอกว่าเป็นนโยบายรับซื้อข้าว? ท่านมีเจตนาอย่างไรในการกำหนดนโยบาย?
ยรรยง : เป็นการเข้าใจผิดว่าราคาจำนำทำไมสูง ราคาสูงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องหลัก เพราะราคาข้าวนั้นมีสูงขึ้นและลงตามปกติ แต่หลักของการรับจำนำอยู่ที่ว่า “มีของมาเป็นหลักประกันหรือไม่” อันนี้หลัก นี้คือผลดีกว่าการประกันรายได้ ซึ่งไม่มีหลักประกันใดๆ อีกทั้งหากเป็นการ “จำนำ” ยังให้สิทธิ “ไถ่ถอน” หากราคาตลาดสูงขึ้นก็สามารถมาไถ่ถอนได้
ข้อ 15 การรับจำนำข้าวทุกเมล็ดโดยไม่เลือกพันธุ์ข้าวในราคาเดียวกัน คือ 1.5 หมื่นบาท ทำให้ชาวนาเร่งปลูกข้าวและรีบเก็บเกี่ยวเพื่อส่งขาย นับเป็นการทำลายการพัฒนาพันธุ์ข้าวและคุณภาพข้าว รวมทั้งปัญหาการเวียนเทียนข้าว รัฐบาลทราบปัญหานี้หรือไม่? แก้ไขอย่างไร? ได้ผลหรือไม่? มีการสอบสวนและลงโทษหรือไม่ ผลทางคดีเป็นอย่างไร? ถ้าไม่มีการดำเนินคดีเพราะเหตุใดจึงไม่มีการดำเนินคดีและไม่ลงโทษ?
ยรรยง : คำว่า “รับจำนำข้าวทุกเมล็ด” เกิดความเข้าใจผิดกันไป เข้าใจกันไปว่า รัฐบาลรับจำนำไปทุกเมล็ดจริงๆ แต่ความจริงคือ หากใครต้องการมาจำนำก็เอามาจำนำได้ แต่เรามีเกณฑ์ในการรับจำนำข้าว และชาวนาเองก็เก็บข้าวไว้เพื่อทานเองก่อน และข้าวเหลือจึงนำออกมาขาย ประการถัดมา ความจริงแล้วชาวนาเองมีสัมพันธ์อันดีกับโรงสี จึงขายข้าวให้แก่โรงสีที่ค้ากันมา จึงไม่มีข้าวจากชาวนามาจำนำทุกเมล็ด
ประการถัดมา เรารับจำนำข้าวคุณภาพดี ไม่รับจำนำข้าวคุณภาพต่ำ 18 สายพันธุ์ และข้าวอายุสั้น น้อยกว่า 110 วัน ไม่ใช่รับจำนำทุกเมล็ดในแบบอย่างที่เข้าใจผิด การสวมสิทธิและโยกย้ายข้าวข้ามเขตนั้น รัฐบาลมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรในแต่ละจังหวัด มีกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย ตรวจนาจริง มีการทำนาจริง มีการส่งเจ้าหน้าที่ 7 คน โดยมีตัวแทนชาวนา เจ้าหน้าที่ โรงสี และตำรวจ ช่วยตรวจดูแลตลอดการรับจำนำ การอ้างว่ามีข้าวสวมสิทธินั้น มีการตรวจการขนข้าว ไม่ให้ข้าวพื้นที่หนึ่งข้ามไปอีกที่หนึ่งได้ เช่น หอมมะลิ จึงห้ามการขนย้ายข้าวข้ามเขต ดังนั้นจึงจะปลอมปนสวมสิทธิยากมาก เราตรวจสอบ แจ้งความ ดำเนินคดีผู้ปลอมปนข้าวและผู้ขนข้าวข้ามเขตจริงด้วย
ข้อ 12 รัฐบาลตั้งราคารับจำนำข้าวจากเกษตรกรในราคาสูง และรัฐบาลได้ระบายข้าวให้ผู้ประกอบการเฉพาะรายในราคาต่ำกว่าราคารับจำนำ จึงทำให้ราคาตลาดต่ำกว่าราคารับจำนำ จึงไม่มีเกษตรกรซื้อข้าวคืน ท่านได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร?
ยรรยง : กลไกตลาดที่ผ่านมาไม่เข้มแข็ง “เสรีแต่ไม่เป็นธรรม” จึงทำให้ชาวนาเสียเปรียบ ไม่สามารถกำหนดราคาได้ การจำนำข้าวเป็นการสร้างให้กลไกราคาตลาดเข้มแข็งมากขึ้น ชาวนามีอำนาจต่อรองราคามากขึ้น พ่อค้าขายข้าวในช่วงมีการรับจำนำเป็นปกติเหมือนเดิม ราคาจำนำสูงขึ้น แต่ราคาขายปลีกเท่าเดิม ก็เป็นประโยชน์แก่ชาวนา
สำหรับการส่งออกข้าวนั้น ประเทศใดจะส่งออกข้าวปริมาณเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณการปลูกข้าวได้ในแต่ละปี ประเทศอินเดียก็เช่นกัน เมื่อปี 2553–2554 อินเดียสำรองข้าวไว้จำนวนมากเพื่อสำรองไว้หากเกิดอุทกภัย ในปีถัดมาอินเดียซึ่งเก็บข้าวไว้จำนวนมากมีความจำเป็นต้องระบายข้าว ปี 2555–2556 อินเดียจึงระบายข้าวแบบ “ทุ่มตลาด” เพื่อระบายข้าวที่อินเดียสำรองไว้เกินปริมาณ ดังนั้นที่บอกว่าจำนำข้าวทำให้ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าว จริงๆ อินเดียระบายข้าวที่เกินจำเป็นและขายราคาต่ำทุ่มตลาด ประเทศไทยเราเป็นข้าวคุณภาพดีกว่า ราคาสูงกว่า ไม่อยากขายข้าวในราคาต่ำแข่งกับเขา เพราะหากเราเอาข้าวดีไปขายราคาถูก เท่ากับทำลายโครงสร้างตลาดโลกและทำร้ายชาวนาเราเอง







