
น้ำมัน ยุโรป ตัวแปรตลาดหุ้น
ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หลังปีใหม่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไม่ต่างไปจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังจำกัดจากสถานการณ์ในยุโรปและตลาดน้ำมัน เงินยูโรอ่อนค่า แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 11 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หลังปีใหม่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไม่ต่างไปจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังจำกัดจากสถานการณ์ในยุโรปและตลาดน้ำมัน เงินยูโรอ่อนค่า แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 11 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในการประชุมวันที่ 22 ม.ค.นี้ หลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการประกาศยกเลิกเพดานการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนฟรังก์สวิสเมื่อเทียบกับยูโร พร้อมลดอัตราดอกเบี้ย ตลาดหุ้นยุโรปในวันพฤหัสบดี-ศุกร์ บวกแรงกว่า 3%
ความปั่นป่วนในตลาดการเงินโลกยังส่งผลให้กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ราคาพันธบัตรที่พุ่งขึ้น ฉุดอัตราผลตอบแทนบอนด์ลงแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายๆ ปี
ขณะที่ราคาทองคำขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือนในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานอีซีบีได้ส่งสัญญาณการใช้มาตรการคิวอีครั้งใหญ่ โดยชี้ว่าอีซีบีไม่สามารถมองข้ามความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืดในยูโรโซน และยังกล่าวด้วยว่า ความเสี่ยงที่อีซีบีจะไม่สามารถรักษาเสถียรภาพด้านราคาเอาไว้ได้นั้นมีสูงกว่าเมื่อ 6 เดือนก่อน ทำให้อีซีบีต้องเตรียมพร้อมในการปรับวงเงินในมาตรการคิวอีในช่วงต้นปี 2558 หากมีความจำเป็น
ด้านราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 4% ในวันศุกร์ หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ได้ปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวของผลผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกลง 3.5 แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งถือเป็นการปรับลดครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ไออีเอได้เริ่มเผยแพร่การคาดการณ์ของปี 2558 เมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว
ผลผลิตน้ำมันนอกกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก (กลุ่มโอเปก) ที่ชะลอตัวลงจะช่วยทำให้ตลาดน้ำมันทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะการผลิตล้นตลาดนั้นกลับคืนสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลสืบเนื่องให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น
รายงานของไออีเอยังระบุว่า บริษัทต่างๆ ได้ปรับลดงบประมาณลงรวมทั้งเลื่อนหรือยกเลิกโครงการใหม่ๆ การฟื้นตัวของราคาน้ำมันอาจยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ยกเว้นแต่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ขึ้น อย่างไรก็ดี ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณเพิ่มขึ้นว่าราคาจะฟื้นตัวกลับมาได้ในที่สุด
ช่วงต้นสัปดาห์ก่อน ราคาน้ำมันดิบดำดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี ได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อหุ้นพลังงานทั่วโลก รวมถึงประเทศที่เศรษฐกิจพึ่งพิงรายได้จากการส่งออกน้ำมันในสัดส่วนสูงเช่น รัสเซีย เวเนซุเอลา เป็นต้น
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอกว่าที่คาดในสัปดาห์ก่อนได้เพิ่มแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและตลาดหุ้นนิวยอร์ก อย่างไรก็ดี ในวันศุกร์ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 98.2 ในช่วงต้นเดือน ม.ค. สูงสุดในรอบ 11 ปี ได้ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ดีดกลับ 1.1%
นอกจากนั้น ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐที่ร่วงลง 0.4% ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 ยังช่วยหนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปจากกลางปี 2558
โดยสรุปแนวโน้มหุ้นช่วงนี้จะแกว่งตามราคาน้ำมันและความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของอีซีบีในวันที่ 22 ม.ค.
ดัชนีหุ้นมีแนวรับอยู่ที่ 1,500-1,510 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,540-1,550 จุด แนะหาจังหวะทยอยซื้อช่วงย่อหุ้นดังต่อไปนี้ AOT BGH SEAFCO TUF RS SAWAD CK SAMART BEAUTY (โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากบทวิเคราะห์)
นอกเหนือจากประเด็นข้างต้นยังต้องติดตามสถานการณ์การเมืองของกรีซในช่วงนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 25 ม.ค. รวมถึง GDP จีน ปี 2557 ที่จะถูกรายงานในวันอังคารนี้ รัฐบาลจีนเปิดเผยในช่วงก่อนหน้านี้ว่า จีดีพีไตรมาส 4/2557 ขยายตัว 7.4% ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ 7.5% อยู่เล็กน้อย
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ







