
รสนาจี้นายกฯคุมขึ้นราคาก๊าซ
สว.กทม." ยื่นหนังสือนายกฯ ค้านขึ้นราคาก๊าซ แอลพีจี เอ็นจีวี ขู่ฟ้องคลังหากยังนิ่งไม่ทวงท่อส่งก๊าซคืน
สว.กทม." ยื่นหนังสือนายกฯ ค้านขึ้นราคาก๊าซ แอลพีจี เอ็นจีวี ขู่ฟ้องคลังหากยังนิ่งไม่ทวงท่อส่งก๊าซคืน
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติแนวคิดที่จะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซเอ็นจีวี รวมทั้งการใช้กองทุนน้ำมันไปชดเชยการนำเข้าก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี เนื่องจากทราบว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ซึ่งนายกฯ เป็นประาน มีวาระพิจารณาการขึ้นราคาก๊าซดังกล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องควบคุมราคาก๊าซแอลพีจีที่จำหน่ายให้กับประชาชน ทั้งภาคครัวเรือนและยานยนต์ในระดับที่เหมาะสม ไม่ปล่อยให้ราคาก๊าซลอยตัวตามราคาตลาดโลก เนื่องจากปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ขุดเจาะได้ในประเทศมีปริมาณเพียงพอที่ผลิตก๊าซแอลพีจีเพื่อรองรับต่อความต้องการ แต่พบว่ากลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีเป็นผู้ใช้ที่ทำให้ปริมาณก๊าซแอลพีจีที่ผลิตได้ในอ่าวไทยไม่พอต่อความต้องการของประชาชน จึงควรให้กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำเข้าก๊าซแอลพีจีไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชน ส่วนการที่รัฐบาลนำเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยการนำเข้าก๊าซแอลพีจีเป็นการใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ำมัน
น.ส.รสนา กล่าวว่า รัฐบาลต้องทวงคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก ปตท. ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้ครบถ้วนตาม การตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หากกระทรวงการคลังไม่จัดการทวงคืนทรัพย์สินดังกล่าว ทางกมธ.จะฟ้องร้องกระทรวงการคลังต่อไป อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรต้องส่งเสริมการมีธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของเจ้าพนักงานของรัฐกับบทบาทกรรมการบริษัทเอกชนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาพลังงาน







