posttoday
ธปท.คิดบวกคาดปีนี้สินเชื่อโต7%

ธปท.คิดบวกคาดปีนี้สินเชื่อโต7%

16 มกราคม 2558

ในขณะที่ทุกฝ่ายกังวลใจว่าภาวะเศรษฐกิจในปีนี้จะชะลอตัวลงมาก แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมั่นใจว่าสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จะยังขยายตัวไม่ต่ำกว่า 7% ในปีนี้

ในขณะที่ทุกฝ่ายกังวลใจว่าภาวะเศรษฐกิจในปีนี้จะชะลอตัวลงมาก แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมั่นใจว่าสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จะยังขยายตัวไม่ต่ำกว่า 7% ในปีนี้

ทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า สินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 7% สูงขึ้นจากปีที่แล้วที่ขยายตัว 5% แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่น่าจะโตเฉลี่ยที่ 5-9% ส่วนสินเชื่อรายกลางและรายเล็กจะโตเฉลี่ยที่ 10%

“จากเป้าหมายสินเชื่อปีนี้ที่ 7% คาดว่าสินเชื่อของธุรกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปีนี้น่าจะเป็นสินเชื่อในหมวดก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของภาครัฐ รวมถึงสินเชื่อเอสเอ็มอีก็น่าจะโตได้ดีขึ้นเพราะสินเชื่อรายใหญ่เริ่มตัน เพราะภาคธุรกิจระดมทุนในช่องทางอื่นที่ต้นทุนดอกเบี้ยต่ำกว่าได้ ทำให้พึ่งแบงก์เฉพาะเงินกู้ที่มาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเท่านั้น อย่างไรก็ดี ในส่วนของสินเชื่อการเพื่อการบริโภค อย่างสินเชื่อส่วนบุคคลเริ่มชะลอลงบ้างแล้วตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่ได้ขยายตัวสูงจนน่าห่วงเหมือนในอดีต” ทองอุไร กล่าว

สำหรับคุณภาพสินเชื่อล่าสุด ณ ไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 2.94 แสนล้านบาท หรือ 2.34% ของสินเชื่อรวม แบ่งเป็นเอ็นพีแอลของสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค 2.65% ของสินเชื่อรวม และเอ็นพีแอลสินเชื่อธุรกิจ 2.22% และหากแยกพิจารณาในรายละเอียดของเอ็นพีแอลในสินเชื่อส่วนบุคคลที่มี 9 หมื่นล้านบาท หรือ 2.65% ของสินเชื่อรวม จะพบว่าเป็นเอ็นพีแอลของสินเชื่อ 1.ที่อยู่อาศัย 4.1 หมื่นล้านบาท หรือ 2.52% ของสินเชื่อรวม 2.รถยนต์ 2.1 หมื่นล้านบาท หรือ 2.43% ของสินเชื่อรวม และ 3.ใช้จ่ายส่วนบุคคล 2.8 หมื่นล้านบาท หรือ 3.12% ของสินเชื่อรวม

อย่างไรก็ดี ระดับเอ็นพีแอลในปีนี้คงจะปรับเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่มาก น่าจะทรงตัวอยู่ประมาณ 3% แม้ว่าไตรมาสแรกปีนี้เอ็นพีแอลจะขยับขึ้นจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาบ้าง แต่ก็ไม่น่าห่วง เนื่องจากธนาคารมีการกันสำรองหนี้สูงถึง 1.35% บวกกับธนาคารมีความเข้มแข็ง โดยมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) เฉลี่ยเสี่ยงสูงถึง 17% จากปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 15.7%

รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ระบบแบงก์มีกำไรสุทธิขยายตัวลดลง แต่เงินกองทุนอยู่ในระดับสูงจึงยังสามารถสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ โดยในระยะต่อไป ธปท.คาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะมุ่งสู่การให้บริการแบบดิจิทัลแบงก์กิ้ง (Digital Banking Service) มากขึ้น เพื่อสร้างผลประกอบการที่ดีขึ้น จากการลดต้นทุนและการขยายฐานลูกค้า การหารายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากปริมาณธุรกรรมที่มากขึ้น ไม่ใช่การขึ้นค่าธรรมเนียม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน