
ซีพีฟันธงทางออกไทยปลดหนี้ให้เกษตรกร
ประเทศไทยควรหันมาพึ่งตัวเอง และนั่นคือความหมายของระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การกระตุ้นการบริโภคในประเทศไทยถือเป็นเรื่องสำคัญ
ประเทศไทยควรหันมาพึ่งตัวเอง และนั่นคือความหมายของระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การกระตุ้นการบริโภคในประเทศไทยถือเป็นเรื่องสำคัญ
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด
วิกฤตการเมืองเดือน พ.ค. 2553 ไม่เพียงปะทุออกไปทางรุนแรงเผาบ้านเผาเมือง ยังสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน หากไม่ได้รับการแก้ไขด้วยการปฏิรูปทั้งระบบ ปัญหาอาจปะทุขึ้นมาอีกและรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ในวาระที่ทุกคนกำลังมองหาทางออกให้ประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ขอเสนอทางออกเพื่อแก้วิกฤตของประเทศในระยะยาว
นายสารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาชาติต้องเริ่มด้วยการยกหนี้ให้เกษตรกร โดยเฉพาะหนี้ที่เป็นอยู่กับธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพราะคน 70% ของประเทศอยู่ในชนบท ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร รวมทั้งแรงงานที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ก็เป็นผลิตผลจากภาคเกษตรกรรมแทบทั้งสิ้น และคนเหล่านี้อย่างที่ทราบผ่านสื่อต่างๆ เป็นฐานสำคัญของการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
ที่ผ่านมาปัญหาของกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ถูกแก้อย่างจริงจัง เป็นการแก้เพื่อการเมือง หาเสียง นโยบายประชานิยม เช่น การปล่อยเงินกู้ ซึ่งสุดท้ายวัฏจักรของหนี้ก็วนเวียนกลับมาสู่คนเหล่านี้เช่นเดิม ทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวยยิ่งเพิ่มมากขึ้น แต่การปลดหนี้หรือยกหนี้ให้เกษตรกรต้องมีเงื่อนไขที่รัฐต้องเข้าไปดูแลสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อาจตั้งเป็นกองทุนเพื่อทำให้ภาคการเกษตรฟื้นตัวอย่างแท้จริง และเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยพุ่งเป้าไปที่ตลาดประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะจีนและอินเดีย ถือเป็นตลาดใหญ่มากสำหรับไทย
“รัฐบาลจะปฏิรูปไม่ได้ ถ้าไม่เริ่มจากการปลดหนี้ให้กับเกษตรกร เชื่อว่าหากดำเนินการอย่างจริงจังภายใน 10 ปี ประเทศไทยจะก้าวไปสู่จุดที่มีศักยภาพสูงที่สุดได้ ไม่ต้องกลัวประเทศอื่นจะมาแข่งขันได้” นายสารสิน กล่าว
สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการปลดหนี้อาจจะไม่มากเท่ากับที่รัฐบาลใช้เพื่อนโยบายประชานิยม โดยดำเนินการเป็นเฟส ๆ ไป นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาในสังคมไทยระยะยาว ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลไปเน้นนโยบายประชานิยม ซึ่งในหลายประเทศใช้ไม่ได้|ผล เพราะเป็นนโยบายที่การเมืองนำเศรษฐกิจมาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นหลัก
นอกจากนี้ ควรลดพึ่งพาการส่งออก ซึ่งปัจจุบันไทยส่งออก 65-70% ถือเป็นเรื่องน่ากลัว ภายใต้บริบทของสิ่งแวดล้อมสากลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา และกำลังส่งผลต่อตลาดยุโรปในขณะนี้
นายสารสิน กล่าวว่า ประเทศไทยควรหันมาพึ่งตัวเอง และนั่นคือความหมายของระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การกระตุ้นการบริโภคในประเทศไทยถือเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การอัดฉีดเม็ดเงินในโครงการไทยเข้มแข็ง ถือเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะยาวได้
รวมทั้งควรหันมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งให้ความสำคัญกับเมืองไทยมาก เหตุการณ์เดือน พ.ค.ที่เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้ช็อก รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการจับเข่านักลงทุนกลุ่มนี้คุยอย่างเร่งด่วน เพราะญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับไทยในการเป็นฐานผลิตสินค้า อาทิ รถยนต์ส่งออกไปทั่วโลก
นายอาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่ควรประมาท เพราะมีหลายปัจจัยเปราะบางในครึ่งปีหลัง อาทิ ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)
ส่วนปัญหาในประเทศ การเมืองยังน่าเป็นห่วง แต่ประเมินแล้วยังไม่น่าจะรุนแรงในช่วงนี้ ขณะเดียวกันอยากให้รัฐบาลเร่งผลักดันแผนปรองดองในประเทศโดยเร็ว
ขณะที่นโยบายที่เห็นว่าจะช่วยแก้ปัญหาของประเทศ คือ ทฤษฎีสองสูงของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ปรับขึ้นราคาสินค้าเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการให้อยู่ในระดับสูง







