
เอกชนพร้อมร่วมรัฐบาลผลักดันเศรษฐกิจ
เอกชนเข้าหารือ "ประยุทธ์" ระบุพร้อมร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขอรัฐบาลเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ-ผลักดันนโยบาย
เอกชนเข้าหารือ "ประยุทธ์" ระบุพร้อมร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขอรัฐบาลเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ-ผลักดันนโยบาย
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า ขณะนี้เศรษฐกิจชะลอตัวแต่ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลก ซึ่งแต่รัฐบาลไม่ต้องเป็นกังวลเพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าไปได้หากรัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันขับเคลื่อนซึ่งเอกชนพร้อมจะให้ความร่วมมือ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เอกชนได้ขอรัฐบาลในการหารือครั้งนี้คือการเร่งรัดเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่บางส่วนยังล่าช้า รวมถึงการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศแล้วให้ออกมาเป็นรูปธรรม เช่น นโยบายการดึงนักลงทุนต่างชาติมาตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ(IHQ) และบริษัทการค้าระหว่างประเทศ(ITC) ซึ่งหากเร่งออกแนวทางทางในปฏิบัติออกมาเร็วเอกชนก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยได้เร็วได้
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า นายกฯ ได้ขอให้เอกชนอดทนรอเพราะรัฐบาลก็เร่งรัดนโยบายต่างๆ อยู่ ซึ่งเอกชนก็เชื่อว่านายกฯ มีความตั้งใจ แต่ที่มีความล่าช้าอยู่ก็ไม่ได้มาจากนายกฯ แต่อาจจะติดอยู่ที่กระบวนการทางราชการซึ่งเอกชนได้สะท้อนปัญหาไปนายกฯ ก็รับไปที่จะไปแก้ไขให้
โดยการหารือในครั้งนี้เอกชนได้ขอให้รัฐบาลเร่งรัดในนโยบายที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว ซึ่งส่วนของ ส.อ.ท. ได้ขอให้เร่งผลักดันเรื่องการดูแลเอสเอ็มอี ซึ่งทราบว่าขณะนี้ทางรัฐบาลได้ดูเรื่องการปรับโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(สสว.)ให้สามารถเข้ามาผลักดันเอสเอ็มอีได้อย่างเต็มที่ และขอให้รัฐบาลดูแลเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อในประเทศ
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สมาคมธนาคารได้รายงานต่อที่ประชุมที่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีว่าขณะนี้ฐานะของสถาบันการเงินไทยโดยรวมขณะนี้มีฐานะที่มั่นคงพร้อมที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ทางสมาคมธนาคารขอให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งผลักดันคือเรื่องของกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจที่ภาคเอกชนรอมา 17 ปีแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถจะผลักดันออกมาในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหากออกมาได้จะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้เพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอยากให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้ออกมาเร็วๆ นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนจากสมาคมด้านธุรกิจที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย ตัวแทนจากภาคธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีรวม 25 รายครั้งนี้ เป็นการหารือในกรอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยได้มีการหารือกันที่บ้านเกษะโกมล โดยใช้เวลาหารือราว 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 14.00-18.00 น.







