
ตลาดหุ้น S&P500 ดาวเด่นปี 2558
หากมองย้อนกลับไปตอนต้นปี 2557 ผมแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากกว่าตราสารหนี้
หากมองย้อนกลับไปตอนต้นปี 2557 ผมแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ และเน้นลงทุนในหุ้นของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมากกว่าหุ้นของกลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่ ดูเหมือนจะเป็นคำแนะนำที่ถูกต้องนะครับ รวมถึงการแนะนำถือครองเงินเหรียญสหรัฐ หลังจากที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นทั่วโลก
ที่ผ่านมา คนส่วนมากต่างคาดการณ์อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงระดับ 3% ตอนช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 ก่อนที่จะปรับลดลงกลับมาอยู่ที่ระดับประมาณ 2% YTM (Yield To Maturity : อัตราผลตอบแทนคำนวณจนถึงวันครบกำหนดอายุ) ในช่วงเดือน ตุ.ค. ...
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ผมคิดว่ามันมาจากสาเหตุหลายอย่างนะครับ ทั้งในเรื่องของสภาพคล่อง ภาวะเงินฝืดในกลุ่มประเทศยุโรป การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐ และสาเหตุที่สำคัญที่สุด คือ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ผิดพลาด ซึ่งท่านจะสังเกตได้ว่า ในปี 2557 กองทุนตราสารหนี้ส่วนใหญ่จะมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์อ้างอิงกันหมด
ทีนี้เรามองไปข้างหน้าในปี 2558 กันบ้าง ผมขอเริ่มจากเรื่องที่สามารถเห็นได้ชัดเจนที่สุด ไปหาเรื่องที่ดูมีความชัดเจนน้อยที่สุดนะครับ
เศรษฐกิจของสหรัฐจะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะกระตุ้นการจ้างงานและพยายามรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งหมายถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีขึ้น
เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่อง เป็นตัวช่วยสนับสนุนความสมดุลภายนอก (External Balance) อัตราเงินเฟ้อ รวมไปถึงความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (Purchasing Power Parity : PPP)
ราคาน้ำมันที่ระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลดีต่อการใช้จ่ายการบริโภค เพราะที่ราคาน้ำมันระดับนี้เทียบเท่าได้กับการลดภาษีลงประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียวนะครับ อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอติดตามดูว่าธุรกิจต่างๆ ในกลุ่มพลังงานจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับราคาน้ำมันที่ระดับต่ำเช่นนี้ได้หรือไม่ รวมถึงการลงทุนในพลังงานทางเลือกต่างๆ ที่อาจจะดูน่าสนใจน้อยลงด้วยระดับราคาน้ำมันที่ต่ำเช่นนี้ครับ
แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ ในช่วงครึ่งปีแรก 2558 เราจะเห็นอัตราเงินเฟ้อ (Headline Inflation) ลดลงในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐเองด้วย ซึ่งภาวะเช่นนี้จะเอื้อต่อการลงทุนในตราสารหนี้ครับ
ทั้งนี้ การลงทุนในหุ้นยังคงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดที่ผมมองเห็น นำทีมโดยตลาดหุ้นสหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป รวมถึงกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่จะขยายตัวตามมาติดๆ เช่นกัน
เงินจะยังคงทำงานเพื่อหาแหล่งผลตอบแทนที่ดีที่สุด ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ผมว่าน่าจะแข็งค่าไปจนกว่าปัญหาเงินเฟ้อจะกลับกลายมาเป็นประเด็นที่น่ากังวลอีกครั้ง ตราสารหนี้จะเป็นเหมือนตัวช่วยรักษาสภาพคล่องสำหรับการลงทุนของท่าน ในขณะที่อัตราผลตอบแทนอาจจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำไม่ได้น่าสนใจมากนัก จนปลายปี 2558 ครับ
ผมแนะนำ เน้นกระจายการลงทุนในหุ้น แต่ในขณะเดียวกันต้องมีการเผื่อสภาพคล่องไว้ด้วย กองทุนที่ผมเห็นว่าเหมาะสม คือ SCBGLOW และ SCBGLOWP ทั้งนี้ตลาดหุ้น S&P500 จะยังคงเป็นตัวชูโรงดาวเด่นสำหรับปี 2558 นี้ ตามมาด้วยหุ้นจีน หุ้นอินเดีย และหุ้นเกาหลีใต้ ในส่วนของตลาดเครดิต ด้วยราคาน้ำมันที่ลดลง รวมถึงความกังวลของนักลงทุนต่อประเทศรัสเซีย อาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคา (Credit Spread) ในบางผู้ออกตราสารหรือบางกลุ่มธุรกิจได้ แต่ผมว่าด้วยสภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ก็อาจไม่ได้เอื้อต่อการที่ Credit Spread จะขยายตัวเพิ่มได้มากนัก
ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์ ผมยังขอแนะนำว่า ให้อยู่ห่างไว้ก่อนนะครับ จนกว่าท่านจะเห็นสัญญาณเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าในปี 2558 เสียก่อน ประเด็นสุดท้าย ผมเชื่อว่ารัสเซียจะอยู่รอดปลอดภัยและจะยังคงเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายหลักของโลกครับ
หากเรียนรู้จากปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ผมไม่คิดว่าตราสารหนี้จะสามารถผันผวนได้มากขนาดนี้ รวมถึงไม่คิดว่าราคาน้ำมันจะสามารถร่วงได้เร็วและแรงมากเท่านี้ สำหรับในปีนี้ ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อาจจะมาจากเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลงอย่างมาก บริษัทขนาดใหญ่อาจเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้แบบที่ไม่มีใครคาดมาก่อนลวงหน้า หรือ Fed อาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ใครหลายคนคาดการณ์ไว้...สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่ไม่รู้ที่ผมพอจะรู้ครับ







