posttoday
เริ่มปีใหม่ 2015 ในตลาดเงิน ด้วยการแข็งค่าของดอลลาร์

เริ่มปีใหม่ 2015 ในตลาดเงิน ด้วยการแข็งค่าของดอลลาร์

12 มกราคม 2558

ในสัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.85-33.05 โดยโมเมนตัมของค่าส่วนใหญ่จะเป็นไปตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ที่มีการรายงานไปช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ก่อนที่ช่วงกลางสัปดาห์เราจะเห็นปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนเพิ่มเติม อาทิ ตัวเลขยอดค้าปลีก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันร่วงลงอย่างมากจนน่าจะทำให้ส่งผลกระทบ และอาจส่งผลต่อจิตวิทยาของตลาด รวมถึงมุมมองด้านอัตราดอกเบี้ย

ในสัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.85-33.05 โดยโมเมนตัมของค่าส่วนใหญ่จะเป็นไปตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ที่มีการรายงานไปช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ก่อนที่ช่วงกลางสัปดาห์เราจะเห็นปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนเพิ่มเติม อาทิ ตัวเลขยอดค้าปลีก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันร่วงลงอย่างมากจนน่าจะทำให้ส่งผลกระทบ และอาจส่งผลต่อจิตวิทยาของตลาด รวมถึงมุมมองด้านอัตราดอกเบี้ย

สำหรับตัวเลขจากตลาดอื่นๆ นั้น ได้แก่ ตัวเลขการส่งออก อัตราเงินเฟ้อ การปล่อยสินเชื่อใหม่ของจีน และการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนในสัปดาห์แรกของการซื้อขายในปี 2015 ตลาดการเงินโลกยังเห็นการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่ชัดเจนอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินโดยรวม หลังจากที่ตลาดคาดการณ์ว่าในปีนี้จะได้เห็นเฟดเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เห็นกรอบที่ไม่กว้างนัก โดยเปิดตลาดที่ระดับ 32.98 ก่อนที่จะเห็นการอ่อนค่าขึ้นไปแตะที่ระดับ 33.05 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ก่อนที่จะเห็นการปรับแข็งค่าขึ้นได้บ้างในช่วงก่อนปิดตลาดปลายสัปดาห์

ประเด็นที่ถือว่ายังหนุนการเคลื่อนไหวของค่าเงินในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ได้แก่ การรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ที่บ่งชี้ว่าแม้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะฟื้นตัวได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่เฟดก็ยังไม่รีบร้อนที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะเดียวกันยังมีแนวโน้มว่าธนาคารกลางยูโรโซนอาจจะออกมาพิมพ์เงินหรือทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการประชุมในช่วงปลายเดือน ม.ค. ซึ่งถือว่าช่วยหนุนการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมได้บ้าง สำหรับในกรณีของเงินบาท เห็นเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรไทยเป็นจำนวนมาก ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เห็นแรงขายในตลาดหุ้นเป็นจำนวนเกือบเท่ากันที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ช่วยหนุนค่าเงินบาทเอาไว้ได้บ้าง ทำให้ช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับแข็งค่ากว่าช่วงต้นสัปดาห์ที่ 32.88

สำหรับค่าเงินยูโร ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 1.2001 ซึ่งเป็นระดับแนวรับที่สำคัญ อย่างไรก็ดี ค่าเงินได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากประเด็นเรื่องการเมืองของกรีซที่นำไปสู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปรอบใหม่ในวันที่ 25 ม.ค.ที่จะถึงนี้ และส่งผลไปถึงความกังวลว่ากรีซอาจจะออกจากการเป็นสมาชิกของยูโรโซนด้วย

ในขณะเดียวกัน ตัวเลขจากฝั่งยุโรปที่ตลาดจับตามองอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่ติดลบเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2009 ตามการปรับร่วงลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มจากธนาคารกลางและกดดันค่าเงินยูโรให้ปรับลดลงไปต่ำที่ระดับ 1.1753 หลังจากการประกาศตัวเลขดังกล่าว อย่างไรก็ดี ช่วงปลายสัปดาห์เห็นการรีบาวด์ของ
ค่าเงินยูโรได้เล็กน้อย โดยกลับมาปิดตลาดในระดับที่สูงขึ้นบ้างที่ 1.1809

ในส่วนของค่าเงินเยน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้มีปัจจัยในประเทศมาขับเคลื่อนมากนัก ทำให้โดยรวมเคลื่อนไหวจากปัจจัยของสหรัฐ และประเด็นเรื่องราคาน้ำมันเป็นสำคัญ โดยเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 120.46 โดยช่วงต้นสัปดาห์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในขาลงอย่างรุนแรง ทำให้ตลาดเริ่มแสดงความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าการที่ราคาน้ำมันร่วงลงมากและเร็วเกินไปนั้นจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดีต่อเศรษฐกิจ ความกังวลของนักลงทุนในตลาดโลกนั้นทำให้เงินเยนปรับแข็งค่าขึ้นไปแตะที่ระดับ 118.04 ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่ามากที่สุดในรอบสัปดาห์

อย่างไรก็ดี ความกังวลผ่อนคลายลงบ้างช่วงปลายสัปดาห์ ทำให้เริ่มเห็นเงินเยนกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง โดยช่วงปลายสัปดาห์ปิดตลาดที่ระดับ 119.29 (ณ วันศุกร์ เวลา 19.30 น.)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค