
แบงก์เข้มฉุดสินเชื่อบ้านหด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดแบงก์เข้มปล่อยกู้ แรงกดดันฐานสูงปีที่แล้ว ฉุดสินเชื่อบ้าน 2558 ชะลอตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดแบงก์เข้มปล่อยกู้ แรงกดดันฐานสูงปีที่แล้ว ฉุดสินเชื่อบ้าน 2558 ชะลอตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกรายงานคาดการณ์ว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ในปี 2558 นี้ จะชะลอตัวลงกลับมาเติบโตในเลขหลักเดียวเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ในกรอบ 8.5-9.5% โดยมีปัจจัยสำคัญจากฐานการเติบโตสูงในปีที่ผ่านมา และการที่สถาบันการเงินจะใช้นโยบายสินเชื่อที่ค่อนข้างระมัดระวัง เพื่อบริหารคุณภาพสินทรัพย์ในภาวะหนี้ครัวเรือนสูง
รายงานระบุว่า แนวโน้มสินเชื่อที่อยู่อาศัยปีนี้ จะได้แรงหนุนจากที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนที่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม บวกกับได้กำลังซื้อของครัวเรือนที่ดีขึ้น โดยเชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้จะมั่นคงกว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ซึ่งจะช่วยให้ยอดคงค้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์เติบโตได้ใกล้เคียงเลข 2 หลัก
นอกจากนี้ อีกแรงหนุนสำคัญยังมาจากการกลับมาแข่งขันทำการตลาดของธนาคารพาณิชย์ ผ่านแคมเปญด้านราคา และการเจาะฐานกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพมากขึ้นโดยร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอง ท่ามกลางการเข้ามาแข่งขันของสถาบันการงินเฉพาะกิจในเขตกรุงเทพฯ ที่ขยับกลุ่มเป้าหมายจากเดิมไม่เกิน 1.5 ล้านบาทขึ้นไป เป็น 2-2.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์จะใช้นโยบายเครดิตที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้น เช่น การกำหนดภาระหนี้ต่อรายได้ที่ค่อนข้างรัดกุม และการเข้มงวดขึ้นในกลุ่มสินเชื่อบ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป เพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัย และควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร หลังจากที่หนี้ครัวเรือนไทยยังสะสมอยู่ในระดับสูง และส่งผลให้สินเชื่อรายย่อยอื่นๆ มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน อีกปัจจัยลบสำคัญยังเป็นผลมาจากฐานที่สูงของปี 2557 ซึ่งจากตัวเลขในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา พบว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์เติบโตได้ถึงกว่า 12.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดป็นยอดคงค้าง 1.63 ล้านบาท
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ในปี 2557 จะสามารถขยายตัวได้ราว 11% หรือเติบโตในเลข 2 หลักได้เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน โดยมีปัจจัยบวกสำคัญจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มขยับขึ้น การโอนตามยอดจองซื้อที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2555-2556 และอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ







