posttoday
กูรูพลังงานฟันธง ไทยเหมาะทำ 'โรงไฟฟ้าขยะ'

กูรูพลังงานฟันธง ไทยเหมาะทำ 'โรงไฟฟ้าขยะ'

09 มกราคม 2558

จากแผนรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงานระยะ 20 ปี (2558-2579) ได้กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยเน้นที่ไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 6,000 เมกะวัตต์ รองลงมาเป็นไฟฟ้าชีวมวล 5,570 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าพลังงานลม 3,002 เมกะวัตต์ ในขณะที่รับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอยู่ที่เพียง 501 เมกะวัตต์เท่านั้น

จากแผนรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงานระยะ 20 ปี (2558-2579) ได้กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยเน้นที่ไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 6,000 เมกะวัตต์ รองลงมาเป็นไฟฟ้าชีวมวล 5,570 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าพลังงานลม 3,002 เมกะวัตต์ ในขณะที่รับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอยู่ที่เพียง 501 เมกะวัตต์เท่านั้น

แต่ทว่าในมุมมองของ ทิม โย สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมการกำกับกิจการด้านพลังงานและการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศแห่งสหราชอาณาจักร เสนอว่า ไทยควรเดินหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะ เนื่องจากทุกประเทศทั่วโลกมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นทุกปี และมีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และไฟฟ้าพลังงานลมที่ผลิตได้เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น 

“การผลิตไฟฟ้าจากขยะสามารถตอบโจทย์ได้ถึง 3 ด้าน คือ 1.สร้างความมั่นคงทางพลังงาน 2.เป็นการผลิตไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และ 3.ช่วยลดปริมาณขยะที่มีอยู่ในแต่ละประเทศไปในตัว” ทิม บอก

ทิม ระบุว่า ไม่ว่ารัฐบาลไทยจะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทใดก็ตาม จะต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะมีรอบดำเนินการยาว 30-40 ปี หากใช้เทคโนโลยีเก่าหรือล้าสมัย ไทยจะต้องอยู่กับการผลิตไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีล้าสมัยไปหลายสิบปี

ทิม ยังบอกว่า ปัจจุบันสหราชอาณาจักรใช้พลังงานจากถ่านหิน 40% รองลงมาเป็นการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ และพลังงานนิวเคลียร์ ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมีปริมาณ 15% โดยเป็นการผลิตไฟฟ้าจากขยะในสัดส่วน 5% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งระบบ และภายในอีก 10-15 ปีข้างหน้า สหภาพยุโรป (อียู) จะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในทุกรูปแบบเพิ่มขึ้น ตามข้อตกลงร่วมกันของอียูที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2563

อย่างไรก็ตาม ทิม แนะนำว่า หากจะผลักดันโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากขยะ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนต้องให้ความสำคัญในการคัดเลือกพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าที่มีความเหมาะสม

“ที่ผ่านมาเวลาจะมีการลงทุนโครงการพลังงานทดแทน ประชาชนในท้องถิ่นมักไม่เข้าใจ ประกอบกับประเทศมีการวางแผนการใช้ที่ดินผิดพลาด ทำให้โครงการพลังงานทดแทนเกิดขึ้นได้ยาก โดยกรณีนี้เป็นปัญหาที่พบเจอในทุกประเทศ ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนดำเนินโครงการ โครงการจึงจะเกิดขึ้นได้” ทิม บอก

สำหรับกรณีที่ไทยมีแผนลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นในอนาคตนั้น ทิม มองว่าการลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินจะต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังและรอบคอบ เนื่องจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังจับตามองการลงทุนโครงการพลังงานที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกต่างๆ
รวมทั้งมีการรณรงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แม้แต่ประเทศจีน ซึ่งภายในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

“ทุกประเทศกำลังเผชิญปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเหมือนกัน นี่เป็นเรื่องที่พวกเราต้องช่วยกันรับผิดชอบ ดังนั้นการลงทุนโครงการด้านไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะทำให้รัฐบาลของประเทศนั้นๆ ถูกจับตามอง ส่วนจะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นในอนาคตคงตอบไม่ได้” ทิม กล่าว

ด้าน เพียงขวัญ ธรรมัครกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เวสต์ทูทริซิตี้ อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่า บริษัทอยู่ระหว่างการขออนุญาตดำเนินการก่อตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าทางเลือก โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากขยะบนพื้นที่ 50 ไร่ในภาคกลาง กำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 70 วัตต์ชั่วโมง/ปี มูลค่าลงทุน 1 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการนำเทคโนโลยีพลาสม่าก๊าซซิฟิเคชั่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของบริษัทที่ลดการปล่อยมลพิษในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมาก

“หากได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานไฟฟ้าขยะ เราจะเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะภายในปี 2560” เพียงขวัญ กล่าว

นี่จึงเป็นหนึ่งทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของไทยที่น่าจับตามอง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค