
ทริกเกอร์สหรัฐ-จีนพาเหรดกำไรเข้าเป้า
ไทยพาณิชย์ กอดคอ ทิสโก้ เฮ! รับปีใหม่ กองทริกเกอร์หุ้นสหรัฐ-จีน กำไรเข้าเป้า
ไทยพาณิชย์ กอดคอ ทิสโก้ เฮ! รับปีใหม่ กองทริกเกอร์หุ้นสหรัฐ-จีน กำไรเข้าเป้า
นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ยูเอสสมอลแคปทริกเกอร์ 5%+5% กองทริกเกอร์ที่ลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายแรก 5% ภายใน 2 เดือนนับจากวันแรกที่ลงทุน
กองทุนดังกล่าวเข้าเงื่อนไขการรับซื้อหน่วยลงทุนอัตโนมัติแรก โดยมีมูลค่าหน่วยลงทุนมากกว่า 10.50 บาท ติดต่อกัน 3 วันทำการ ภายใน 2 เดือนนับจากวันแรกที่ลงทุน ซึ่งผู้ถือหน่วยจะได้รับเงินคืนในวันที่ 12 ม.ค.นี้
“เชื่อมั่นว่ากองทุนนี้จะสามารถทริกเกอร์รอบที่ 2 ภายในไตรมาสแรกหรือไตรมาส 2 ปีนี้ เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเติบโตจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2558” นายสมิทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ยูเอสสมอลแคปทริกเกอร์ 5%+5% เป็นการลงทุนในกองทุน U.S. Small Companies Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดเล็กทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ โดยกองทุนมีเป้าหมายกำไรรวม 10% ภายใน 10 เดือน
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า กองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% #11 สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายที่ 8% อยู่ที่ 10.8776 บาท/หน่วย จึงเข้าเงื่อนไขการเลิกโครงการ เนื่องจากหุ้นจีนปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บลจ.ทิสโก้ ออกกองทุนทริกเกอร์หุ้นจีนในซีรี่ส์ไชน่าทริกเกอร์มาแล้ว 15 กอง และมีผลตอบแทนตามเป้าหมายแล้ว 11 กองทุน และในขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดอีกขาย 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% #16 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท มีนโยบายลงทุนในกองทุน Hang Seng H-Share Index ETF เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี HSCEI หรือ H-Shares
นายสาห์รัช กล่าวอีกว่า บลจ.ทิสโก้ ขยายเวลาเปิดเสนอขายกองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% #16 จนถึงวันที่ 14 ม.ค. จากเดิมที่กำหนดเปิดขายระหว่างวันที่ 6-13 ม.ค. 2558 เพื่อรองรับนักลงทุนที่ยังมีความต้องการลงทุนในตลาดหุ้นจีนอย่างต่อเนื่อง
“เรายังมองว่าการลงทุนในจีนยังสดใสตลอดปี 2558 โดยคาดว่าภาครัฐจะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องด้วยการประกาศลดดอกเบี้ย และลดอัตราการกันสำรองของธนาคาร (RRR) และปัจจัยบวกจากความคืบหน้าของการปฏิรูปเศรษฐกิจเพิ่มเติม นอกจากนี้หุ้นจีนยังนับว่ามีราคาถูกและมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอีกมาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สนใจกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปยังต่างประเทศ” นายสาห์รัช กล่าว







