
เจ๊เกียวกัดฟันลดตั๋วรถร่วมบขส.2สตางค์
เจ๊เกียวกัดฟันยอมลดค่าโดยสารรถร่วม บขส.ลง 2 สตางค์/กิโลเมตร มีผล 16 ม.ค.นี้ทุกเส้นทาง
เจ๊เกียวกัดฟันยอมลดค่าโดยสารรถร่วม บขส.ลง 2 สตางค์/กิโลเมตร มีผล 16 ม.ค.นี้ทุกเส้นทาง
นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร เปิดเผยว่า สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมกับบริษัท ขนส่ง (บขส.) หรือรถร่วม บขส. ได้เข้าพบ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และแจ้ง พล.อ.อ.ประจิน ว่า ผู้ประกอบการรถร่วม บขส.จะปรับลดอัตราค่าโดยสารรถร่วม บขส.ลงละ 2 สตางค์/กิโลเมตร หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลง ซึ่งจะมีปรับลดราคาค่าโดยสารรถร่วม บขส.ทุกเส้นทางทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.นี้ เป็นต้นไป
นางสุจินดา ระบุว่า แม้ว่าขณะนี้หลายฝ่ายต้องการให้รถร่วม บขส. ปรับลดราคาค่าโดยสารลงกว่านี้ ตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะปรับราคาลงอีก ขณะที่กระทรวงคมนาคมยังไม่มีแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วม บขส.ที่ได้รับผลกระทบจากยอดผู้ใช้บริการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใช้บริการหันไปใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำที่ถูกเกินจริง และถูกรถตู้วิ่งทับเส้นทาง
“ผู้ประกอบการรถร่วม บขส.ยังคงได้รับผลกระทบจากยอดผู้ใช้บริการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดเจนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งยอดผู้ใช้บริการรถร่วม บขส.ลดลงกว่า 50% เพราะคนหันไปใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ รถตู้ และปีนี้คนใช้รถส่วนตัวเดินทางกลับบ้านกันมาก เนื่องจากราคาน้ำมันถูกลง”
ก่อนหน้านี้ สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร เสนอให้กระทรวงคมนาคมเข้ามาแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการเป็นการเร่งด่วน เช่น การดูแลราคาค่าโดยสารสายการบินต้นทุนไม่ให้ต่ำเกินจริง ขอลดจำนวนเที่ยววิ่งขั้นต่ำและสูงตามความต้องการที่แท้จริงของการเดินทางของประชาชน และขอให้พิจารณาปรับลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ผู้ประกอบการต้องส่งให้กระทรวงคมนาคม เป็นต้น
นางปราณี ศุกระศร กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวว่า ในปีนี้ ขสมก.มีเป้าหมายที่จะพัฒนางานด้านการเดินรถและบริการให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการเดินรถของรถร่วมบริการบางสายที่มีปัญหาอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และการข้อร้องเรียนเข้ามามาก ซึ่ง ขสมก.เตรียมกำหนดกรอบควบคุมการให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ขสมก.ใหม่ทั้งหมด
“จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมการให้บริการรถโดยสาร ขสมก.และรถร่วมฯ พร้อมทั้งจะมีการจัดทำคู่มือที่กำหนดบทลงโทษแต่ละเรื่องให้มีความชัดเจน ตั้งแต่ความผิดฐานเบาจนถึงฐานความผิดสถานหนัก แตกต่างจากในที่ผ่านมาที่การลงโทษจะพิจารณาตามดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะทำให้พนักงานขับรถระมัดระวังมากขึ้น
“ในคู่มือจะกำหนดโทษชัดเจนว่ากรณีขับรถหวาดเสียว แซงซ้าย วิ่งเลนขวามีโทษอย่างไร กรณีขับรถประมาทจนเกิดอุบัติเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะมีโทษอย่างไร หรือหากตรวจพบว่ามีการเสพแอลกอฮอล์ก็จะมีบทลงโทษที่ชัดเจน จากเดิมที่ใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่สอบสวน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีดุลยพินิจต่างกัน ทำให้การควบคุมวินัยไม่ชัดเจน” นางปราณี กล่าว
สำหรับการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน คาดว่าจะมีการส่งมอบรถล็อตแรก 489 คันในเดือน พ.ค.นี้







