
AAV ได้ดีสูงสุดจากน้ำมันลด ไตรมาส 4 พลิกมีกำไรแนวโน้มสดใส
ผู้บริหารบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ได้พบนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) มีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ AAV ในไตรมาส 4 ปี 2557 และปี 2558 โดยมองว่าหุ้น AAV ยังคงน่าสนใจที่จะเข้าลงทุนเมื่อเทียบกับแนวโน้มที่สดใสในอนาคต นอกจากนี้ยังคาดว่าบริษัทจะสามารถจ่ายปันผลได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาด
ผู้บริหารบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ได้พบนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) มีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ AAV ในไตรมาส 4 ปี 2557 และปี 2558 โดยมองว่าหุ้น AAV ยังคงน่าสนใจที่จะเข้าลงทุนเมื่อเทียบกับแนวโน้มที่สดใสในอนาคต นอกจากนี้ยังคาดว่าบริษัทจะสามารถจ่ายปันผลได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้า
จดทะเบียนในตลาด
แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 จะพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมากหลังจากที่ประสบผลขาดทุนอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 และ 3 และกำไรที่เกิดขึ้นเพียงพอที่จะชดเชยผลขาดทุนสะสม 246 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 ได้ จึงคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 100 ล้านบาท
สาเหตุสำคัญที่หนุนให้ผลประกอบการพลิกฟื้นมาจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาสสุดท้ายของปี ในขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงรวมถึงความกังวลที่ลดลงเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทยก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน
เคจีไอมองว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 11 ปีที่ผ่านมา โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 10.1 ล้านคน ในปี 2546 เป็น 26.5 ล้านคน ในปี 2556 สำหรับในปี 2557 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 25.3 ล้านคน แม้ว่าจะเกิดเหตุรัฐประหารก็ตาม ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นถือเป็นปัจจัยบวกต่อสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอรไลน์ส) เนื่องจากพบว่าการใช้บริการโลว์คอสต์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 24.4% ในปี 2553 มาเป็น 39.1% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2557 ยิ่งไปกว่านั้น เรายังคาดว่า Load Factor ของ AAV จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 80% ในปี 2557 เนื่องจาก 1.สถานการณ์ทางการเมืองที่ดีขึ้น 2.ความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกกฎอัยการศึกในปี 2558 และ 3.การปรับลด Fuel Surcharge จากการที่ราคาน้ำมันอากาศยานลดลง
ราคาหุ้น AAV ในปัจจุบันคิดเป็น Forward P/BV ที่ 1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าบริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) อย่างมีนัยสำคัญ โดย NOK ซื้อขายที่ระดับกว่า 2 เท่าของสัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV)อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าน่าสนใจเข้าลงทุน AVV เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มผลประกอบการที่สดใสในอนาคต โดยเรากำลังอยู่ระหว่างทบทวนคำแนะนำและราคาเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม AAV มีความเสี่ยงหลักจะมาจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองรอบใหม่ ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายขนาดใหญ่และการเกิดโรคระบาด
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาด AAV ได้ประโยชน์สูงสุดจากราคาน้ำมันที่ปรับลงแรง ทั้งนี้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการบินเป็นสัดส่วน 44% จากต้นทุนรวมทั้งหมด และตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. 2558 ที่เคยทำสัญญาซื้อน้ำมันไว้ล่วงหน้า (Hedging) ก็จะหมดลงแล้ว จากก่อนหน้าที่ทำไว้เพียง 15% ถือว่าต่ำสุดในอุตสาหกรรม
“คาดว่านักวิเคราะห์จะมีการปรับประมาณการและราคาพื้นฐานให้ AAV ดีขึ้น และไตรมาส 4 พลิกกลับมามีกำไร 346 ล้านบาท จาก งวด 9 เดือนขาดทุนสุทธิ 246 ล้านบาท และปี 2557 กลับมาเป็นกำไรได้ 100 ล้านบาท ส่วนปี 2558 จะมีภาพการฟื้นตัวชัดเจนมีกำไรมากกว่า 1,400 ล้านบาท”
คำแนะนำมีมุมมองที่เป็นบวกในการเข้าลงทุนใน AAV จากนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่เป็นซื้อ ราคาพื้นฐานเฉลี่ย 4.90 บาท แต่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอีกตามมา
ในปี 2558 บริษัทเพิ่มทั้งฝูงบินและเป้าหมายผู้โดยสารจากจำนวนเครื่องบิน Airbus A320 ที่ 40 ลำ ณ ปลายปีที่ผ่านมา ปี 2558 จะเพิ่มอีกจำนวน 5 ลำ หรือคิดเป็นการเพิ่มความสามารถในการให้บริการขึ้นอีก 12.5% ส่วนเป้าหมายการขนส่งผู้โดยสารในปีนี้จะมากกว่า 14 ล้านคน หรือเพิ่มในอัตรา 15.7% จากปี 2557 ที่ 12.1 ล้านคน ด้านเป้าหมาย Load Factor ปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 83% จากปี 2557 ที่เป็นเพียง 80% ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองมาก โดยเฉพาะประเด็นการประกาศใช้กฎอัยการศึกในประเทศไทย







