
ไขข้อข้องใจ เป้าหมายเงินเฟ้อ
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ ที่เป็นการคิดจากเงินเฟ้อทั่วไป ไม่ได้คิดจากเงินเฟ้อพื้นฐานเหมือนในอดีต ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้เสนอปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ ยืนยันว่าเป้าหมายใหม่จะช่วยให้เงินเฟ้อสะท้อนความเป็นจริง อันเป็นผลที่จะทำให้การกำหนดนโยบายการเงิน โดยเฉพาะดอกเบี้ยนโยบายให้มันถูกต้องมากขึ้น
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ ที่เป็นการคิดจากเงินเฟ้อทั่วไป ไม่ได้คิดจากเงินเฟ้อพื้นฐานเหมือนในอดีต ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้เสนอปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ ยืนยันว่าเป้าหมายใหม่จะช่วยให้เงินเฟ้อสะท้อนความเป็นจริง อันเป็นผลที่จะทำให้การกำหนดนโยบายการเงิน โดยเฉพาะดอกเบี้ยนโยบายให้มันถูกต้องมากขึ้น
ธปท.ได้ให้รวบรวมคำอธิบายต่อเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ที่น่าสนใจว่า กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่จะดีกว่ากรอบเดิมอย่างไร
ในการพิจารณาความเหมาะสมของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ จำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ ในภาพรวมว่ามีความสอดคล้องและร่วมสนับสนุนให้การยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ไม่ควรพิจารณาเพียงบางองค์ประกอบ
ทั้งนี้ กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่เปลี่ยนจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยรายไตรมาสที่ร้อยละ 0.5-3.0 เป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยรายปีที่ร้อยละ 2.5 ± 1.5 มีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินนโยบายการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเป็นดัชนีราคาที่สะท้อนค่าครองชีพได้ดีกว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพราะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไม่นับรวมราคาของสินค้าในกลุ่มพลังงานและอาหารสด ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 27 ของตะกร้าสินค้าของผู้บริโภค อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจึงสอดคล้องกับความเข้าใจของประชาชนทั่วไป และมีผลต่อการตัดสินใจบริโภคและออมของประชาชน การตัดสินใจลงทุนและตั้งราคาของภาคธุรกิจจึงง่ายต่อการสื่อสารนโยบายการเงินของ กนง.กับสาธารณชน ซึ่งจะช่วยยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากลที่ขณะนี้ทุกประเทศที่ใช้เป้าหมายเงินเฟ้อ (ยกเว้นไทย) ต่างใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเป็นเป้าหมายของนโยบายการเงิน
- ค่าเฉลี่ยรายปีสอดคล้องกับระยะเวลาการส่งผ่านของนโยบายการเงินมากกว่าค่าเฉลี่ยรายไตรมาส
- การกำหนดรูปแบบของเป้าหมายในแบบจุด บวกความยืดหยุ่น แทนที่แบบช่วง จะช่วยให้การส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในการดูแลเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งจะช่วยยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ยังมีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินที่รองรับความผันผวนของราคาพลังงานและอาหารสด รวมทั้งเหมาะสมต่อการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ด้วย
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีข้อดีเข้าใจง่าย แต่ก็มีข้อเสียที่ผันผวนสูง จึงมีโอกาสที่จะหลุดเป้าได้ง่าย ซึ่งอำจจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ กนง.และ ธปท.หรือไม่
ตามปกติอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีความผันผวนมากกว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ดังนั้นเป้าหมายใหม่จึงอนุญาตให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสามารถเบี่ยงเบนจากค่ากลางได้ในระดับหนึ่ง (ค่าความเบี่ยงเบนที่ ± 1.5%) และ Time horizon ที่ยาวขึ้นจากรายไตรมาสเป็นรายปี เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการรองรับความผันผวนจากปัจจัยชั่วคราวที่มากระทบต่อเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจไม่อยู่ในเป้าตลอดเวลา เพราะอัตราเงินเฟ้อทั่วไปถูกกระทบโดย Supply Shock ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของนโยบายการเงินได้ ดังนั้นในกรณีที่เงินเฟ้อออกนอกเป้า ธปท.จะให้ความสำคัญต่อการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนถึงเหตุผลในการหลุดเป้าและแนวทางในการทำให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย เพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนไว้ ซึ่งหลายประเทศที่ใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเป็นเป้าหมายมีการพลาดเป้าหมายเป็นครั้งคราวจากปัจจัยชั่วคราว
แม้แต่ประเทศที่มีพัฒนาการ การใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมาเป็นเวลานานอย่างประเทศอังกฤษที่กำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไปที่ร้อยละ 2.0 ต่อปีตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น ก็มีการหลุดเป้าบ่อยครั้ง แต่ Bank of England ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอธิบายให้สาธารณชนเข้าใจถึงสาเหตุของการพลาดเป้าหมายและแนวทางการดึงเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย ซึ่งในภาพรวม Bank of England ยังสามารถดูแลการคาดการณ์เงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และรักษาไม่ให้การพลาดเป้าหมายจากเหตุสุดวิสัยกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการดำเนินนโยบายการเงิน
ค่ากลางของเป้าเงินเฟ้อทั่วไปที่ร้อยละ 2.5 มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับค่ากลางของเป้าเงินเฟ้อพื้นฐานเดิม และจะทำให้การดำเนินนโยบายการเงินเปลี่ยนแปลงหรือไม่
การเปลี่ยนเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ร้อยละ 2.5 ± 1.5 ไม่ได้ทำให้การตัดสินใจนโยบายการเงินเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากค่ากลางที่ร้อยละ 2.5 สามารถเทียบเคียงได้กับค่ากลางของเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดิมที่ร้อยละ 1.75 โดยบวกเพิ่ม Contribution ของค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงของราคาอาหารสดและราคาพลังงาน ตามน้ำหนักในตะกร้าสินค้าผู้บริโภค
สำหรับค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงของราคาอาหารสดและราคาพลังงาน ใช้ข้อมูลตั้งแต่เดือน ม.ค. 2532 ถึง เม.ย. 2543 เนื่องจากคาดว่าเป็นช่วงที่แนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกสอดคล้องกับราคาในระยะข้างหน้าที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจะไม่เร่งขึ้นมากอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเหมือนวัฏจักรขาขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงปี 2543-2554 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดน้ำมันทำให้อุปสงค์และอุปทานของน้ำมันมีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งเมื่อคำนวณอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่สอดคล้องกับค่ากลางของเป้าหมายเงินเฟ้อเดิมจะอยู่ที่ร้อยละ 2.67 ใกล้เคียงกับค่ากลางของเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไปใหม่ที่ร้อยละ 2.5
ทำไมถึงเปลี่ยนค่ากลางของเป้าเงินเฟ้อใหม่จากร้อยละ 3 มาเป็นร้อยละ 2.5
การเปลี่ยนแปลงค่ากลางเป็นไปเพื่อให้สะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อโลก ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในช่วงขาขึ้น (Commodity super cycle) เป็นผลจากความต้องการใช้สินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันที่เร่งตัวสูงอย่างรวดเร็ว ขณะที่การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ต้องใช้เวลานาน ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันตลาดน้ำมันโลกมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต Shale oil ของสหรัฐ ทำให้อุปทานของน้ำมันสามารถตอบสนองต่ออุปสงค์ได้เร็วขึ้น ตลอดจนอำนาจการตลาดของกลุ่ม OPEC ที่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะทำให้มีโอกาสน้อยลงที่ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเหมือนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ระดับเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ร้อยละ 2.5 ยังใกล้เคียงกับระดับการคาดการณ์เงินเฟ้อของสาธารณชนในปัจจุบัน และสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง Inflation Targeting (นับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2543-ปัจจุบัน) ที่ประมาณร้อยละ 2.5 อีกด้วย
อ่านต่อวันพรุ่งนี้







