posttoday
วิกฤตการณ์กรีซกับความท้าทายของยูโรโซน

วิกฤตการณ์กรีซกับความท้าทายของยูโรโซน

14 มิถุนายน 2553

 

....ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

ยูโรโซน หรือประเทศใช้เงินสกุลยูโรเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนในประเทศอย่างเป็นทางการ ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2542 โดยในระยะแรกมี 11 ประเทศ ต่อมาได้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2544 ได้เพิ่มประเทศกรีซและสโลวีเนีย เมื่อปี 2550 ประเทศไซปรัสและมอลตา เมื่อปี 2551 และท้ายสุดประเทศสโลวาเกีย ในปี 2552 ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนรวม 16 ประเทศ ประชากรรวม 329 ล้านคน ซึ่งมากกว่าสหรัฐซึ่งมีประชากร 310 ล้านคนเสียอีก แม้ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะน้อยกว่าเล็กน้อย โดยสหรัฐในปี 2552 อยู่ที่ระดับประมาณ 14,256 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ยูโรโซนอยู่ที่ระดับประมาณ 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินเหรียญสหรัฐและเงินยูโรที่ใช้คำนวณ ซึ่งมีความผันผวนค่อนข้างมาก

การใช้เงินตราร่วมกันนี้ ได้ส่งผลดีต่อประเทศเหล่านี้อย่างมากมายมหาศาล ทำให้สามารถทำธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าบริการและการลงทุนได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการแลกเปลี่ยนเงิน รวมถึงไม่ต้องห่วงกับปัญหาการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจลดลงมาก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศเอสโตเนียกำหนดเข้าไปอยู่ในกลุ่มยูโรโซนในปี 2554 จะทำให้สมาชิกเพิ่มขึ้นอีกเป็น 17 ประเทศ และมีแนวโน้มว่าอีกหลายประเทศจะเข้าเป็นสมาชิกในอนาคต ซึ่งนับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญต่อสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ทั้งในฐานะการเป็นเงินตราสกุลหลักของโลกในการซื้อขายแลกเปลี่ยน และเป็นเงินตราที่ใช้เป็นทุนสำรองของประเทศต่างๆ

เป็นต้นว่า ความนิยมใช้เงินยูโรเพื่อเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศได้เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จาก 18% ในปี 2542 เป็น 25% ในปี 2551 ขณะที่ความนิยมกรณีของเงินเหรียญสหรัฐลดลงจาก 71% ในปี 2542 เหลือประมาณ 64% ในปี 2551

อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศเหล่านี้ได้หันมาใช้เงินยูโร เท่ากับเป็นการมอบอำนาจในการกำหนดนโยบายการเงินของประเทศตนเองให้แก่ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank) ในขณะที่นโยบายการคลังดำเนินการกันเองในแต่ละประเทศ ทำให้แต่ละประเทศมีปัญหาหนี้สาธารณะ การขาดดุลงบประมาณ และอัตราเงินเฟ้อแตกต่างกันมาก ประกอบกับประเทศเหล่านี้มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน บางประเทศเศรษฐกิจเข้มแข็ง บางประเทศเศรษฐกิจอ่อนแอ ได้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างมาก

ความท้าทายครั้งสำคัญ คือ วิกฤตการณ์ของประเทศกรีซ ซึ่งแม้เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก ประชากร 11.3 ล้านคน GDP คิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% ของกลุ่มยูโรโซน แต่กลับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของยูโรโซนจากการดำเนินนโยบายประชานิยม ที่ปัจจุบันมีส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เพิ่มสูงขึ้นมาก คืออยู่ที่ระดับ 113% เมื่อปลายปี 2552 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 121% ในปี 2553 ทำให้เปรียบเสมือนกับเรือที่ปริ่มน้ำ พร้อมที่จะจมลงได้ทุกเมื่อ

ขณะเดียวกันในช่วงนั้นสหรัฐต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพอย่างรุนแรง ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินยูโรต่อเงินเหรียญสหรัฐแข็งตัวขึ้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของกรีซ ทำให้ประเทศกรีซประสบปัญหาอย่างหนัก

ความจริงแล้วหากเป็นประเทศที่ใช้สกุลเงินของตนเองแล้ว กลไกสำคัญประการหนึ่งในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คือ การที่ค่าเงินจะอ่อนตัวลงหรือแข็งค่าขึ้นตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เป็นต้นว่า เมื่อเศรษฐกิจประสบปัญหา ค่าเงินจะอ่อนตัวลง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในการส่งออกสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น

เหมือนกับกรณีของประเทศไทยเมื่อครั้งประสบวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงมากเป็นประมาณ 40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และในทางกลับกัน เมื่อเศรษฐกิจเข้มแข็ง ค่าเงินควรแข็งตัวขึ้นเพื่อลดปัญหาเงินเฟ้อ

แต่กรณีของประเทศกรีซใช้เงินยูโร จึงไม่สามารถที่อยู่ดีๆ จะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงได้ เนื่องจากต้องขึ้นกับนโยบายของธนาคารกลางยุโรป และปัจจัยพื้นฐานของทั้งกลุ่มยูโรโซน ซึ่งหลายๆ ประเทศไม่ได้ประสบวิกฤตเศรษฐกิจแต่อย่างใด จึงไม่ต้องการให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงมากเพื่อช่วยเหลือประเทศกรีซ

ยิ่งไปกว่านั้น หากค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงอย่างมากจะส่งผลกระทบความเชื่อมั่นต่อเงินยูโร นอกจากนี้ยังอาจจะก่อให้เกิดข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐ ในการส่งออกสินค้าและบริการไปยังยูโรโซน

ในช่วงนั้นมีการหวั่นเกรงว่ากรีซอาจจะยกเลิกการใช้เงินยูโร เพื่อให้ประเทศสามารถปรับตัวทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศที่ใช้เงินยูโรลดลงจาก 16 ประเทศ เหลือ 15 ประเทศ และหากในอนาคตประเทศอื่นๆ ในกลุ่มนี้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจแล้วยกเลิกการใช้เงินยูโร ก็จะส่งกระทบอย่างมากต่อความนิยมใช้เงินสกุลยูโร และกระทบต่อความสามารถที่จะท้าทายสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ในฐานะสกุลเงินหลักของโลกในอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจข้างต้น ประเทศในกลุ่มยูโรโซนยินยอมพร้อมใจช่วยเหลือประเทศกรีซ ซึ่งความจริงแล้วแม้กรีซจะมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ในอัตราสูง แต่ GDP ของประเทศมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก จึงไม่เป็นภาระหนักแต่อย่างใด

นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือน พ.ค. 2553 รมว.คลังของประเทศต่างๆ ในยุโรปได้เห็นชอบกับมาตรการเบ็ดเสร็จ โดยตั้งกองทุนเป็นเงิน 7.5 แสนล้านยูโร จำแนกเป็นเงินของประเทศสมาชิก 4.4 แสนล้านยูโร อีก 6 หมื่นล้านยูโร ของกองทุนฉุกเฉิน European Commission Fund และเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อีก 2.5 แสนล้านยูโร เพื่อสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินในทวีปยุโรป รวมถึงว่าประเทศกลุ่มที่ใช้เงินยูโรจะไม่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

สำหรับแนวทางป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในอนาคต ได้มีแนวคิดว่าควรที่จะมอบอำนาจให้สหภาพยุโรปมีส่วนร่วมในการพิจารณางบประมาณประเทศสมาชิก เพื่อป้องกันปัญหาขาดดุลงบประมาณจำนวนมาก

สำหรับในระยะสั้น ประเทศต่างๆ ได้พยายามลดการขาดดุลงบประมาณลง ซึ่งจะส่งผลกระทบบ้างต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ รวมถึงการที่ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศไทยไปยังยูโรโซน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค