
ถกยกเครื่องแอลพีจีไม่กระทบขายปลีก
กบง.นัดถก 7 ม.ค. ขยับราคาแอลพีจีหน้าโรงแยกก๊าซไม่ปรับขายปลีก
กบง.นัดถก 7 ม.ค. ขยับราคาแอลพีจีหน้าโรงแยกก๊าซไม่ปรับขายปลีก
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธาน วันที่ 7 ม.ค. จะพิจารณาปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) หน้าโรงแยกก๊าซให้สะท้อนต้นทุนจากปัจจุบันตรึงที่ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็น 498 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลงต่อเนื่องจนมาอยู่ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน เห็นได้ว่าค่าโดยสารต่างๆ เริ่มปรับลด ขณะที่กระทรวงพลังงานใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างราคา ทั้งน้ำมัน แอลพีจี เอ็นจีวี ให้สะท้อนต้นทุน โดยส่วนของแอลพีจีแม้ราคาตลาดโลกจะลดต่ำกว่า 450 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่ยังไม่มีการปรับลดราคาแนะนำแอลพีจีขายปลีกจากราคาปัจจุบัน 24.16 บาท/กิโลกรัม (กก.)
“การปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีครั้งนี้ จะเป็นส่วนของราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติให้เหมาะสม และในเดือนต่อๆ ไป หากราคา แอลพีจีตลาดโลกยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ก็อาจปรับลดราคาขายปลีกลงได้” นายอารีพงศ์ กล่าว
สำหรับการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) มีความเป็นไปได้ที่ราคาเป้าหมายในการปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนอาจต่ำกว่า 16 บาท/กก. เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงมีผลให้ราคาก๊าซลดลงตาม โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ ปตท.ศึกษาราคาต้นทุนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2552 จึงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาจะต่ำกว่านี้หรือไม่ โดยคณะกรรมการ ปตท.สผ.ได้เห็นชอบการปรับแผนตามสถานการณ์
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ธ.ค. 2557 ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย ปี 2558 จะอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และหากราคาอยู่ระดับนี้จะทำให้ยอดการผลิตของบริษัทยังคงเติบโต 6-7% ในขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งสมมติฐานว่า หากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้ลดลงไปอยู่ที่ระดับ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทาง ปตท.สผ.และกลุ่ม ปตท.จะปรับแผนการลงทุนใหม่ โดยชะลอการพัฒนาแหล่ง
เอ็ม 3 ในพม่า แหล่งแคชเมเปิ้ลในออสเตรเลีย แหล่งก๊าซในโมซัมบิก การผลิตในแคนาดาและแอลจีเรีย
สำหรับแผนการลงทุน 5 ปีของ ปตท.สผ. (2558-2562) 24,295 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นแผนที่ยืดหยุ่นภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ที่มีการพัฒนาโครงการใหม่และมีปริมาณการขายปิโตรเลียมเติบโต 6-7% ในปีนี้ แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบลดต่ำลงกว่าราคาสมมติฐาน บริษัทจะทบทวนแผนธุรกิจใหม่ โดยในช่วง 1-2 เดือนจะประเมินทิศทางราคาน้ำมันต่อไป
“ในครึ่งปีแรก กลุ่ม ปตท.จะทบทวนการลงทุน โดย ปตท.สผ.จะทบทวนเป้าหมายการผลิตที่ระดับ 6 แสนบาร์เรล/วัน ในปี 2563 ว่าจะยืดเวลาออกไปหรือจะลดเป้าหมายการผลิต” นายเทวินทร์ กล่าว







