
บลจ.กสิกรโล่งกองอสังหาฯฟื้น
รอรับกองเมเจอร์พร้อมเพิ่มทุน ยังไม่คิดประกันภัยก่อการร้าย
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทย ยิ้มรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์เริ่มโงหัวหลังวิกฤตการเมือง ตั้งตารอรับบริหารกอง MJLF เผยเตรียมเพิ่มทุน ซื้อทรัพย์เพิ่มนายเขมชาติ สุวรรณกุล ผู้จัด การกองทุนอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สิทธิการเช่าโกลด์ (GOLDPF) ที่ลงทุนใน เดอะ เมย์แฟร์ แมริออท เอ็กซ์เซคคิวทีฟ อพาร์ตเมนต์ ย่านถนนหลังสวน ที่มียอดผู้เช่าลดลงในช่วงการชุมนุมทางการเมืองนั้น ในขณะนี้สถานการณ์เริ่มกลับมาดีขึ้นแล้ว
“
หลังจากนี้หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีก คาดว่าอัตราการเช่าน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในปลายปีนี้” นายเขมชาติ กล่าวทั้งนี้ กองทุน GOLDPF มีการปรับประกันรายได้จากผู้บริหารโครงการปีละ 164 ล้านบาท เป็นเวลา 5 ปี โดยยังเหลือระยะเวลารับประกันอีก 2 ปี
นอกจากนี้ นายเขมชาติ ยังกล่าวถึงการทำประกันก่อการร้ายสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เข้าไปลงทุนว่า หากพิจารณาแล้วพบว่ามีความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้าย ก็อาจจะจำเป็นต้องทำประกันภัยให้ครอบคลุม
“
แต่สำหรับกองทุนของเราอาจจะยังไม่จำเป็นต้องซื้อประกันดังกล่าวในตอนนี้ เพราะอัตราเบี้ยก่อการร้ายแพงขึ้นมาก จากเดิมที่ราคาสูงอยู่แล้ว และการทำประกันดังกล่าวจะทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้บริหารโครงการเพิ่มขึ้นมากกว่า 10%” นายเขมชาติ กล่าวนายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บลจ.กสิกรไทย มีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 23 กองทุน
นอกจากแผนการจัดตั้งกองทุนใหม่แล้ว นายพัชร กล่าวว่า ยังมีกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์ (MJLF) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิกว่า 2,000 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างโอนย้ายมาให้ บลจ.กสิกรไทย บริหารจัดการกองทุน ตามความต้องการของ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ผู้ถือหน่วยรายใหญ่
นายเขมชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรับโอนเข้ามาแล้ว กองทุน MJLF มีแผนที่จะเพิ่มทุนเพื่อซื้อสินทรัพย์เข้าในกองทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่ามีศักยภาพที่จะทำได้อยู่แล้ว
ขณะที่แผนการออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้นั้น มีการลงทุนในโรงแรมในภาคใต้รวมอยู่ด้วย ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะต้องชะลอโครงการออกไปก่อน เนื่องจาก ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง
ด้าน น.ส.โศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า บลจ.กสิกรไทย ยังประเมินเป้าหมายดัชนีหุ้นในปีนี้ไว้ที่ 850900 จุด เพราะความสนใจลงทุนหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังคงสูงอยู่ โดยเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น และหุ้นไทยยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชีย
“
ที่ระดับดัชนี 730780 จุดนี้ น่าจะเป็นระยะของการสะสมหุ้นเพื่อรอการกลับมาอีกครั้งของตลาด อย่างน้อยที่สุดที่ระดับ 820 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมก็น่าจะมีโอกาสขึ้นไปทดสอบได้อีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และถ้าเงินต่างชาติไหลกลับเข้ามาเต็มที่ดัชนีที่ระดับสูงกว่า 820 จุด ก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมีความเสี่ยงจะปรับลงค่อนข้างน้อยแล้ว” น.ส.โศภนา กล่าว






