
เอสเอ็มอีอินเดียโตติดจรวด
รายย่อยแดนภารตเติบโตรวดเร็ว หลังอีคอมเมิร์ซช่วยลดต้นทุน หวังพานโยบายของโมดีสู่ความสำเร็จ
รายย่อยแดนภารตเติบโตรวดเร็ว หลังอีคอมเมิร์ซช่วยลดต้นทุน หวังพานโยบายของโมดีสู่ความสำเร็จ
บิซิเนส อินไซเดอร์ อินเดีย เว็บไซต์ข้อมูลด้านธุรกิจ รายงานอ้างการเปิดเผยตัวเลขจากทางการว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในอินเดียเติบโตมากถึง 23% ต่อปี ซึ่งมากกว่าภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตเพียง 15% รวมถึงเป็นผู้ผลิตส่วนใหญ่ในประเทศ และคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกถึง 40% ส่งผลให้มุมมองต่อธุรกิจรายย่อยอยู่ในภาวะที่สดใสเป็นอย่างมาก และอาจเป็นกุญแจหลักต่อนโยบาย “เมก อิน อินเดีย” ที่นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้รณรงค์
ผู้นำแดนภารตได้เสนอนโยบาย “เมก อิน อินเดีย” ไปเมื่อเดือน ก.ย. 2014 โดยมีจุดประสงค์กระตุ้นเศรษฐกิจของอินเดียให้มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลกมากขึ้น พร้อมกันนั้นก็จะช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ เช่น ผ่อนคลายกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม หรือนโยบายของรัฐบาลที่มีความซับซ้อน
สื่อดังกล่าวรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า การรณรงค์ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อม (เอ็มเอสเอ็มอี) ในอินเดีย รวมถึงธุรกิจที่เปิดใหม่ อย่างไรก็ตามสมาคมเอ็มเอสเอ็มอีอินเดีย (เอไอเอ็มเอ) ชี้ว่าจำเป็นต้องวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่กระตุ้นการเติบโตของรายย่อยอย่างลึกซึ้งเพื่อสร้างความเข้าใจและเสริมความแข็งแกร่ง
ทางด้านสหพันธ์แห่งอุตสาหกรรมและหอการค้าอินเดีย (เอฟไอซีซีไอ) และนาธาน บริษัทให้คำปรึกษา เปิดเผยรายงานการศึกษาในปี 2013 พบว่าอินเทอร์เน็ตมีบทบาทอย่างมากกับรายย่อยของอินเดีย เพราะใช้ประโยชน์เพื่อให้ธุรกิจเติบโต ซึ่งผลการสำรวจของรายงานดังกล่าวระบุว่า เอสเอ็มอี 951 แห่งจากทุกภูมิภาคมีการใช้อินเทอร์เน็ต ในขณะที่ 64% มียอดขายสูงขึ้น ส่วน 69% มีลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย
การค้าบนโลกออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการขยายตัวของธุรกิจรายย่อย เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงมาก ทั้งด้านการขนส่ง ด้านแรงงาน การตลาด หรือช่องทางการกระจายสินค้า และที่สำคัญที่สุดคือ การผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าพึงพอใจ ล้วนแต่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ
ทั้งนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าอีคอมเมิร์ซจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นภาคการผลิต ซึ่งเอ็มเอสเอ็มอีจะสามารถตักตวงผลประโยชน์เหล่านี้ได้หากว่ามีบรรยากาศการทำธุรกิจที่เหมาะสม และภาครัฐควรเข้าไปช่วยเหลือเพื่อทำให้นโยบาย “เมก อิน อินเดีย” กลายเป็นรูปธรรมได้







