
10ประเทศโหมบุกเวียดนาม
อาเซียนจัดหนักลุยลงทุนเวียดนามกว่า 1.45 ล้านล้าน ไทยครองอันดับ 3 รองสิงคโปร์-มาเลเซีย
อาเซียนจัดหนักลุยลงทุนเวียดนามกว่า 1.45 ล้านล้าน ไทยครองอันดับ 3 รองสิงคโปร์-มาเลเซีย
เว็บไซต์ข่าวเวียดนามเน็ต รายงานว่า จากข้อมูลเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนเข้ามาลงทุนในเวียดนามแล้วมากถึง 2,485 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.45 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยโครงการละ 17.70 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโครงการทั่วไปในเวียดนาม ซึ่งอยู่ที่ 14.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ โดยลงทุนไป 1,344 โครงการ มูลค่า 3.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.07 ล้านล้านบาท คิดเป็น 61% ของการลงทุนจากอาเซียนทั้งหมด ตามด้วยมาเลเซีย 480 โครงการ มูลค่า 1.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3.95 แสนล้านบาท คิดเป็น 22% ขณะที่ไทยลงทุนมากเป็นอันดับ 3 จำนวน 371 โครงการ มูลค่า 6,650 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.19 แสนล้านบาท คิดเป็น 12.4%
ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ โครงการรีสอร์ทบริเวณเซาท์ฮอย อันของทุนจากสิงคโปร์ มูลค่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการโรงกลั่นลองซอนของกลุ่มทุนไทย มูลค่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และโครงการมหาวิทยาลัยนานาชาติเบอร์จายาเวียดนามของมาเลเซีย
ทั้งนี้ โครงการส่วนใหญ่ 965 โครงการ มูลค่า 2.16 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 7.11 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนในภาคการผลิต ขณะที่โครงการอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
รายงานระบุว่า ประเทศในกลุ่มอาเซียนกระจายการลงทุนเข้าไปใน 55 เมืองสำคัญของเวียดนาม แต่ส่วนใหญ่ยังเน้นลงทุนอยู่ใน 3 เมืองหลัก ได้แก่ โฮจิมินห์ซิตี้ 1,065 โครงการ ตามด้วยฮานอย 399 โครงการ และบ่าเสียะ-หวุงเต่า 67 โครงการ
ปัจจุบันเวียดนามได้ลดภาษีสินค้าภายใต้กรอบข้อตกลงต่างๆ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จนเหลือ 0% แล้ว ประมาณ 80% ของรายการสินค้า โดยในต้นปีนี้จะปรับลดอีก 13-15 รายการ ขณะสินค้าที่เหลือจะทยอยปรับลดให้หมดภายในปี 2561 ตามที่เวียดนามได้รับการผ่อนปรนจากอาเซียน
ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศของเวียดนาม กล่าวว่า การรวมเป็นประชาคมอาเซียนช่วยให้เศรษฐกิจเวียดนามแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากทั้งมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศและมูลค่าการส่งออกเติบโต สร้างรายได้ให้กับประเทศ อย่างไรก็ดียังต้องระมัดระวังธุรกิจในประเทศ เนื่องจากธุรกิจกว่า 70% ของเวียดนามยังอยู่ในภาคเกษตรกรรม







