
จับตายางดิ่งอีกระลอก รัฐบาลประยุทธ์เจอม็อบรายวัน
แม้ว่า ณ สิ้นปี 2557 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 จะยืนเหนือระดับ 60 บาท/กิโลกรัมแล้ว ซึ่งเป็นไปตามสัญญาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ไว้กับชาวสวนยาง และยังช่วยสกัดการลุกฮือประท้วงของม็อบชาวสวนยางได้ระยะหนึ่ง
แม้ว่า ณ สิ้นปี 2557 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 จะยืนเหนือระดับ 60 บาท/กิโลกรัมแล้ว ซึ่งเป็นไปตามสัญญาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ไว้กับชาวสวนยาง และยังช่วยสกัดการลุกฮือประท้วงของม็อบชาวสวนยางได้ระยะหนึ่ง
แต่อาจเป็นการทอดระยะเวลาออกไปได้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น เพราะแม้ว่าราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 จะมีราคาแตะ 60 บาท/กิโลกรัม แต่ราคาน้ำยางสดและยางแผ่นดินที่ชาวสวนขายยังได้อยู่ระดับ 45-48 บาท/กิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่อยู่ที่ระดับ 64 บาท/กิโลกรัม ในขณะที่ราคายางพารามีแนวโน้มลดลงอีกครั้งในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้
“สาเหตุตอนนี้ที่ระดับราคายางพาราสูงขึ้น เป็นเพราะมีการคาดการณ์เศรษฐสหรัฐและโลกจะดีขึ้น ประกอบกับสต๊อกยางในประเทศของจีนที่ลดลง เช่นเดียวกับสถานการณ์ในประเทศที่ผลผลิตยางลดลง เนื่องจากเป็นช่วงปิดกรีด และมีเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ดังนั้นหากเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัวชัดเจน และเข้าสู่ช่วงเปิดกรีดยางที่จะเริ่มในเดือน ก.พ.-มี.ค. ที่จะทำให้ผลผลิตยางเพิ่มขึ้น ราคายางจะมีโอกาสตกต่ำได้อีก” อุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางแห่งประเทศไทย ประเมิน
จึงเหลือเวลาอีกไม่มากนักสำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลราคายางต้องเร่งรัดมาตรการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อปีที่แล้วให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด
“นโยบายแก้ไขปัญหาราคายางพาราในช่วงที่ผ่านมา อาจจะยังไม่ส่งผลสัมฤทธิ์ด้านราคาในปลายปี 2557 ซึ่งราคายางไหลลงไปถึงระดับ 45 บาท/กิโลกรัม แต่เมื่อเริ่มต้นปี 2558 ราคายางจะดีขึ้น เพราะกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนายางพาราอย่างเต็มรูปแบบ จากงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรไว้ผ่านมาตรการต่างๆ กว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำ ซึ่งหากเริ่มเดินหน้าซื้อยางได้ จะส่งผลดีต่อราคายางตั้งแต่กลางปี 2558 เป็นต้นไป” ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุ
ในขณะที่ อำนวย ปะติเส รมช.เกษตรฯ ซึ่งรับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ยอมรับว่า การแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ถือว่าเป็นความเป็นความตายของรัฐบาลก็ว่าได้ แต่มั่นใจว่ามาตรการผลักดันราคายางที่ ครม.อนุมัติไว้จะทำให้ราคายางกระเตื้องขึ้น ซึ่ง ณ สิ้นปี 2557 จะเห็นได้ว่าราคายางพาราไต่ขึ้นสู่ระดับ 60 บาท/กิโลกรัมแล้ว และจากนี้ไปรัฐบาลจะเดินหน้าทุกมิติเพื่อดึงราคายางให้สูงขึ้นในระดับที่ชาวสวนอยู่ได้
“โจทย์สำคัญที่ต้องแก้ คือ การทำให้ตลาดซื้อขายยางกระดาษหรือตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าหมดฤทธิ์ โดยการสร้างตลาดซื้อขายจริงให้เป็นยักษ์ที่มีฤทธิ์ขึ้นมา ขณะที่ตลาดซื้อขายยางจริงจะเป็นอาวุธสำคัญ เพราะทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องซื้อยางผ่านคนกลาง ซึ่งทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้ราคาที่เป็นธรรม และพอใจทั้งสองฝ่าย” อำนวย บอก
ขณะที่มาตรการดูแลเสถียรภาพราคายางในระยะยาวนั้น รัฐบาลจะเน้นการลดต้นทุนการผลิตต่อไร่ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การส่งเสริมการโค่นยางเก่าปลูกยางใหม่ และการลดพื้นที่ปลูกยาง โดยการจูงใจให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นๆ โดยหากปลูกปาล์มรัฐช่วยเหลือ 2.6 หมื่นบาท/ไร่ หรือการลดพื้นที่ปลูกยางบ้างส่วน รัฐก็จะช่วยเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย ดอกเบี้ย 1% โดยตั้งเป้าลดพื้นที่ปลูกยางเหลือ 17 ล้านไร่ จาก 22 ล้านไร่
นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมให้นักลงทุนมาตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางในประเทศไทยรวมทั้้งการเร่งรัดโครงการรับเบอร์ซิตี้ และส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ เช่น ทำถนนยาง ทำสนามฟุตซอล
“ผมว่ายางพาราไทยยังมีอนาคต” อำนวย ระบุ
แต่หาก อำนวย ทำงานไม่สำเร็จ ไม่แคล้วรัฐบาลต้องเผชิญหน้าม็อบชาวสวนยางรายวัน







