
ดิ่ง14จุดรับปีใหม่
ทิ้งดิ่งหุ้น PTT-PTTEP หลังราคาน้ำมันดิบดิ่งเห็น 51 เหรียญ หุ้นพลังงานทางเลือกยังไม่สิ้นมนต์
ทิ้งดิ่งหุ้น PTT-PTTEP หลังราคาน้ำมันดิบดิ่งเห็น 51 เหรียญ หุ้นพลังงานทางเลือกยังไม่สิ้นมนต์
ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการวันแรกของปี 2558 ส่อแววสดใส ดัชนีไต่ระดับเหนือ 1,500 จุด ขึ้นไปสูงสุดที่ 1,502 จุด แต่ยินดีได้ไม่นานก็เจอแรงขายหุ้นธนาคารพาณิชย์ รวมถึงพลังงาน ทุบตลาดรูดลงไปแรง ปิดที่ระดับ 1,483.25 จุด ลดลง 14.472 จุด หรือ 0.96% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบางเพียง 29,721 ล้านบาท
ด้านนักลงทุนต่างชาติยังขายหนักกว่า 1,847.47 ล้านบาท ขณะที่สถาบันขายตามกว่า 2,215.99 ล้านบาท
นักลงทุนขายนำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปิด 220 บาท ลดลง 9 บาท หรือ 3.93% ตามด้วยหุ้น ปตท. (PTT) ปิด 315 บาท ลดลง 9 บาท หรือ 2.78% หุ้น ปตท.ผลิตและสำรวจปิโตรเลียม (PTTEP) ปิด 107 บาท ลดลง 5 บาท หรือ 4.46%
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นลดลงจากแรงขายทำกำไรของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ซื้อหุ้นไว้ตั้งแต่ปี 2554 ครบกำหนดขายต้นปีนี้ ทำให้เห็นแรงขายหุ้นขนาดใหญ่อย่างหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อีกทั้งแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่ทรุดหนัก ราคาต่ำสุดในรอบ 5 ปี และยังส่งสัญญาณไร้เสถียรภาพ ส่งผลให้มีแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงานอย่าง PTT และ PTTEP ออกมา
น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2558 ซึ่งเป็นวันแรกที่ผู้ถือหน่วยลงทุน LTF ครบ 5 ปี สามารถขายได้นั้น มีนักลงทุนขายออกมามากกว่าปกติ แต่ไม่ได้ทำให้กองทุนต้องขายหุ้นเพื่อนำเงินไปไถ่ถอนหน่วย เนื่องจากได้เตรียมสภาพคล่องเผื่อไว้แล้ว
ด้านนักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า การที่เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าสุดในรอบ 9 ปี ที่ระดับ 91.4 จุด จะเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้ราคาน้ำมันดิบจะลดลงก็ไม่ทำให้หุ้นพลังงานทางเลือกลดลง เพราะที่สุดแล้วพลังงานทางเลือกยังมีความสำคัญต่อการขาดแคลนพลังงานในระยะยาว เช่น ก๊าซ น้ำมันและถ่านหิน และเชื่อว่ารัฐบาลจะมีนโยบายส่งเสริมต่อไป
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มพลังงานทางเลือก คือ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ ( IFEC) ให้ราคาพื้นฐานที่ 15.83 บาท บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) ให้ราคาพื้นฐานที่ 17.94 บาท บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ให้ราคาพื้นฐานที่ 30.45 บาท บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ให้ราคา 26.23 บาท และบริษัท โซลาร์ตรอน (SOLAR) ให้ราคา 20 บาท
นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) กล่าวกรณีที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบใหม่เป็นระบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งจะมีราคารับซื้อแน่นอนตามระยะเวลาสนับสนุนโครงการ 20-25 ปี นับว่าเป็นข่าวดี ต่อบริษัทเป็นอย่างมาก และจะมี FiT Premium เป็นระยะเวลา 8 ปี เพิ่มขึ้นจากเดิมในระบบ Adder ที่จะมีเงินอุดหนุนเป็นระยะเวลา 7 ปี สำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล
บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 10 เมกะวัตต์ เป็น 150 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปี จะส่งผลให้รายได้และกำไร เติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต และการนำระบบ FiT มาใช้ก็จะทำให้อัตรากำไรสุทธิโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทดีขึ้นกว่าเดิมด้วย







