
รายใหญ่บุกตลาดนมถั่วเหลืองแข่งดุ
ตลาดนมถั่วเหลืองคึก เอฟแอนด์เอ็นเตรียมส่งนูทรีซอยบุกตลาด ด้านไวตามิ้ลค์-แลคตาซอย พร้อมสู้
ตลาดนมถั่วเหลืองคึก เอฟแอนด์เอ็นเตรียมส่งนูทรีซอยบุกตลาด ด้านไวตามิ้ลค์-แลคตาซอย พร้อมสู้
แหล่งข่าวจากวงการนมพร้อมดื่ม เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 หรือในเดือน มี.ค.นี้ เอฟแอนด์เอ็นจะรุกตลาดนมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม โดยเปิดตัวสินค้าภายใต้นูทรีซอย แบรนด์ชื่อดังจากสิงคโปร์เข้ามาทำตลาดในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ยูเอชที เบื้องต้นจะผลิตและนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นส่งผลให้ตลาดนมพร้อมดื่มและนมถั่วเหลืองจะเกิดการแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาทำตลาด ทำให้ภาพรวมตลาดนมพร้อมดื่มมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 จะมีอัตราเติบโต 5% เป็นการเติบโตมากกว่าในปี 2557 ที่มีอัตราเติบโต 3%
ขณะที่ตลาดนมถั่วเหลืองมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 จะเติบโต 7% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่เติบโต 5% เท่านั้น ซึ่งในตลาดแบ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ยูเอชทีเกือบ 80% และที่เหลืออีก 20% เป็นขวดแก้ว โดยปัจจุบันแลคตาซอยเป็นผู้นำ มีส่วนแบ่ง 54% จากการดำเนินกลยุทธ์คุ้มค่าคุ้มราคา ไวตามิ้ลค์ 36% อันดับ 3
ดีน่า ราว 10%
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท เสริมสุข เปิดเผยว่า การนำนมถั่วเหลืองนูทรีซอยเข้ามาทำตลาดในไทย บริษัท เอฟแอนด์เอ็น จะเป็นผู้ทำตลาดและจัดจำหน่าย เพราะบรรจุภัณฑ์ที่นำเข้ามาเป็นยูเอชที ซึ่งเอฟแอนด์เอ็นมีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดอยู่แล้ว แต่สำหรับเสริมสุขจะมีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มมากกว่า
สำหรับแผนตลาดของไวตามิ้ลค์ บริษัทตอกย้ำจุดแข็งของแบรนด์ คือ มุ่งเน้นบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว เพราะเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้ถึงสัดส่วน 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นบรรจุภัณฑ์ยูเอชที ซึ่งบริษัทจะเพิ่มระบบการกระจายสินค้าขวดแก้วให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง
นอกจากนี้ ในส่วนของสินค้าไวตามิ้ลค์จะสร้างความแตกต่าง มุ่งจุดขายฟังก์ชันนัลให้มากขึ้น โดยเพิ่มคุณประโยชน์ของสินค้าให้เป็นมากกว่านมถั่วเหลือง ซึ่งคุณค่าในปัจจุบันเป็นเพียงแค่พื้นฐานเท่านั้น แต่ในยุคนี้ผู้บริโภคต้องการประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้นำตลาดอย่างแลคตาซอยจะทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งอันดับ 1 เอาไว้ โดยได้เปิดแคมเปญใหญ่ “รักคุณไม่เปลี่ยนแปลง” และหนังโฆษณาชุดใหม่ไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งรุกสื่อออนไลน์และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และจะออกสินค้าใหม่ 1-2 รายการในรอบ 5 ปี







