
ประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างภาษี โจทย์ใหญ่ที่ต้องหาคำตอบ
ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่ ปีมะแม 2558 กับท่านผู้อ่านอีกครั้ง ผมขอให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวประสบความสุขสมหวัง สุขภาพกายใจแข็งแรง เริ่มทำงานในปีใหม่ด้วยความสุข และมีความหวังกับอนาคตของประเทศในยุคการปฏิรูปครับ
ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่ ปีมะแม 2558 กับท่านผู้อ่านอีกครั้ง ผมขอให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวประสบความสุขสมหวัง สุขภาพกายใจแข็งแรง เริ่มทำงานในปีใหม่ด้วยความสุข และมีความหวังกับอนาคตของประเทศในยุคการปฏิรูปครับ
บทความตอนที่แล้วผมเขียนถึงประเด็นการปฏิรูปภาษี 8 ประเด็น ที่เสนอบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้ไม่บรรจุไว้ก็ยังเป็นประเด็นที่สภาปฏิรูปต้องนำไปพิจารณาเสนอเป็นกระบวนการต่อไป คือ
1.การแสดงสถานะรายละเอียดของผู้มีเงินได้ คือ การนำประชาชนที่มีเงินได้เข้ามาอยู่ในระบบฐานภาษีของหน่วยงานของรัฐ รัฐบาลต้องหามาตรการที่จะทำให้ใครก็ตามที่มีรายได้แม้แต่เพียง 1 บาท ก็ต้องขึ้นทะเบียน หรือมีบัตรประจำตัวที่เป็น smart card ต้องยื่นแบบรายได้ แม้ไม่มีเงินภาษีที่ต้องเสีย และเมื่อมีหลายได้ถึงเกณฑ์ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยกฎหมายภาษีต้องมีการปฏิรูป ให้เป็นกฎหมายภาษีที่ให้ผู้มีรายได้เสียภาษีตามความสามารถ เป็นธรรม เป็นกลางและทั่วถึง
การที่บุคคลที่อยู่ในระบบแรงงานตามข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่มีอยู่ประมาณ 35 ล้านคน จากประชากร 70 ล้านคน เข้ามาอยู่ในระบบฐานภาษีได้ก็จะทำให้รัฐสามารถจัดมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ได้อย่างตรงจุด เช่น เกษตรกร คนใช้แรงงาน และยังป้องกันการทุจริตในการจัดสรรเงินช่วยเหลือ ส่วนผู้มีรายได้ที่ถึงเกณฑ์เสียภาษ ในอัตราที่เป็นธรรมและรัฐสมควรที่จะเพิ่มจำนวนผู้เสียภาษีได้อีกมากกว่าเดิม ซึ่งนี่คือประเด็นที่ต้องหามาตรการว่าจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มจำนวนผู้เสียภาษีให้ได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีมนุษย์เงินเดือนราว 5.5 ล้านคน มีผู้ประกอบการค้าบริการและอาชีพอิสระอีกราว 21 ล้านคน
โดยจากข้อมูลผู้เสียภาษีเงินได้ที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ 91 ในปี 2555 มีผู้ยื่นแบบฯ 9.79 ล้านคน ได้รับยกเว้นภาษี 6.54 ล้านคน ที่เสียภาษีจริงๆ มีเพียง 3.25 ล้านคน และที่เสียภาษีในอัตราสูงสุด 37% มีเพียง 24,709 คน (ข้อมูลจาก Thaipublica)
สำหรับปี 2556 มีผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ 10.029 ล้านคน ได้รับยกเว้นภาษี 6.393 ล้านคน มีคนชำระภาษีจริงๆ เพียง 3.635 ล้านคน และที่เสียภาษีสูงสุดมีเพียง 26,494คน (ข้อมูลจากวารสารการเงินธนาคาร)
ส่วนนิติบุคคลมีประมาณ 3 แสนแห่ง มีการเสียภาษีแค่ 1 แสนแห่ง ผมไม่มีข้อมูลตรงนี้ว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลส่วนใหญ่มาจากแหล่งใด
หากเราสามารถหามาตรการให้บุคคลเข้ามาในระบบภาษีและเสียภาษีมากขึ้น เราก็จะสามารถลดอัตราภาษี แต่รัฐบาลก็ยังคงมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังสามารถให้แข่งขันในภูมิภาคได้
การให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้เสียภาษี ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้คนอยากเสียภาษี เช่น การให้สิทธิผู้เสียภาษีได้รับสิทธิการกู้ดอกเบี้ยถูกจากสถาบันการเงินของรัฐ การให้สิทธิประโยชน์ในการเกษียณ สิทธิพิเศษในค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลมโดยต้องมีการพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
2.อัตราภาษีของประเทศไทยเป็นธรรม เหมาะสม เป็นกลาง และทั่วถึงตามหลักกฎหมายภาษีที่ดีแล้วหรือไม่ เพราะอาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยมีอัตราภาษีที่สูงกว่าประเทศในเพื่อนบ้านหลายประเทศ ทั้งในแง่ภาษีเงินได้ ภาษีทรัพย์สิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม แถมยังมีจำนวนผู้เสียภาษีน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วยเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศ จึงมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าเราควรลดหรือเพิ่มอัตราภาษีอะไรบ้าง แล้วเพิ่มฐานภาษีดีกว่าหรือไม่ การหามาตรการภาษีการส่งเสริมธุรกิจ SME Venture Capital วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)
ประเด็น 2 ข้อข้างต้นเป็นโจทย์ใหญ่ที่สภาปฏิรูปต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าถ้าจะปฏิรูปภาษีเพิื่อความเป็นธรรม และนำรายได้มาลดความเหลื่อมล้ำได้หรือไม่
แล้วเราลองมาหาคำตอบกันครับ







