
เปิดนโยบาย 2 ผู้บริหาร ออมสิน-เอสเอ็มอีแบงก์
เมื่อวานนี้มีความเคลื่อนไหวของธนาคารรัฐ 2 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)
เมื่อวานนี้มีความเคลื่อนไหวของธนาคารรัฐ 2 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)
สำหรับธนาคารออมสินนั้น ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้เข้าทำงานอย่างเป็นทางการโดยถือฤกษ์ 06.30 น. เช้าวันที่ 5 ม.ค. ตักบาตรพระที่สำนักงานใหญ่ สะพานควาย และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำธนาคาร ก่อนเข้าทำงานและให้นโยบายกับพนักงานของธนาคารในช่วงบ่าย
ทางด้านเอสเอ็มอีแบงก์ สุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ก็เข้าทำงานเป็นวันแรกเช่นกัน แต่เนื่องจากเป็นลูกหม้อ จึงไม่ได้มีพิธีการมากนัก
หลังจากมอบนโยบายให้พนักงานออมสินแล้ว ชาติชาย กล่าวว่า ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมอีก 15-20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 6-7% ซึ่งยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับการคิดค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ที่อยู่เฉลี่ย 40% ของรายได้รวม เพื่อนำเงินคืนสู่สังคม เพราะรายได้ของธนาคารออมสินส่วนหนึ่งนำเข้าคลัง เพื่อนำมาพัฒนาประเทศทางอ้อมได้
ในปี 2558 ธนาคารเตรียมออกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ประเภทบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็ม ในรูปแบบโมบายแบงก์กิ้ง หรือไซเบอร์แบงก์กิ้ง เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่มีช่วงอายุ 15-30 ปี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 8% โดยจะเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหรือกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่นมีสัดส่วนใกล้เคียงกับกลุ่มเด็ก หรืออายุไม่เกิน 15 ปี ที่มีสัดส่วนอยู่ 10% ส่วนกลุ่มอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป มีอยู่มากถึง 70%
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเรื่องภาพลักษณ์องค์กรสู่การเป็นธนาคารของประชาชนอย่างแท้จริง พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่ม พัฒนาบุคลากร พัฒนาด้านไอทีให้มีความทันสมัย และเน้นบริหารความเสี่ยง เนื่องจากธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อให้กับรายย่อยมาก รวมถึงการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม
“ธนาคารออมสินต้องพัฒนาแต่ไม่ไปแข่งกับธนาคารพาณิชย์ ต้องออกมารองรับและดูแลลูกค้าให้มีบริการที่ครบวงจร และเป็นการลดต้นทุนธนาคารด้วย ซึ่งในแต่ละปีธนาคารมีรายได้จากกำไร 2 หมื่นล้านบาท จากค่าธรรมเนียม 6-7% ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มค่าธรรมเนียมให้มีรายได้มากขึ้น 15-20% โดยการออกบัตรรูปแบบใหม่ขยายฐานกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น” ชาติชาย กล่าว
สำหรับธนาคารออมสินยังคงต้องเน้นกลุ่มรายย่อยเป็นหลัก ทั้งการออมและด้านสินเชื่อ โดยเฉพาะด้านสินเชื่อมีสัดส่วนรายย่อยมากถึง 90% รายใหญ่เพียง 10% เท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของโครงการธนาคารประชาชนที่มีวงเงินปล่อยกู้ไม่เกิน 2 แสนบาท/ราย
ทางด้าน สุพจน์ เปิดเผยหลังเข้าทำงานวันแรกว่า ได้อนุมัติเรื่องการปรับโครงสร้างพนักงานใหม่ โดยให้เพิ่มจำนวนพนักงานสินเชื่อและพนักงานแก้หนี้เสียมากขึ้น เพื่อรองรับตามแผนฟื้นฟูที่เสนอให้กับซูเปอร์บอร์ดไว้
นอกจากนี้ ตั้งเป้าเดินหน้าปล่อยกู้ลูกหนี้รายไม่เกิน 15 ล้านบาท คิดเป็นยอดปล่อยสินเชื่อที่ตั้งเป้าหมายตามที่เสนอซูเปอร์บอร์ดไว้ 4.6 หมื่นล้านบาทในปี 2558 หรือเฉลี่ยไตรมาสละกว่า 1 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าลูกค้าที่มาขอสินเชื่อจะเป็นคนละกลุ่มกับธนาคารพาณิชย์ ส่วนกรณีที่ลูกค้าเก่าที่เข้มแข็งแล้วขอรีไฟแนนซ์ออกไปใช้บริการธนาคารพาณิชย์ ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เพราะเป็นหน้าที่ของเอสเอ็มอีแบงก์ในการช่วยผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง
ทั้งนี้ จากเป้าสินเชื่อที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารต้องมีมาตรการในการคัดกรองลูกหนี้ โดยจะหาพันธมิตรในการส่งลูกค้ารายใหม่ที่มีคุณภาพ ทำควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าเก่าไม่ให้ตกชั้นเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น







