
ปีใหม่ ความหวังใหม่
ประเทศไทยต้อนรับเทศกาลปีมะแม พ.ศ. 2558 ด้วยเงินสะพัดทั้งโบนัส การจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยวเป็นเงินหลักแสนล้านบาท อีกทั้งข่าวดีต้อนรับปีใหม่ คือ ราคาน้ำมันโลกช่วงเดือน พ.ย.ถึงปลาย ธ.ค.ที่ลดลง 26 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือร้อยละ 32.28 คาดว่าราคาน้ำมันโลกอาจทรงตัวอย่างน้อยช่วงไตรมาสแรกหรืออาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีปัจจัยด้านอุปสงค์มาสนับสนุนให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งของประเทศไทย โดยเฉพาะราคาสินค้าคงหาเหตุผลมาขึ้นราคาในช่วงนี้ไม่ได้ ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันของไทยควรพิจารณาปรับราคาน้ำมันขายปลีกลงตามสัดส่วนราคาน้ำมันโลก “ไม่ใช่รวยอู้ฟู่อยู่คนเดียว”
ประเทศไทยต้อนรับเทศกาลปีมะแม พ.ศ. 2558 ด้วยเงินสะพัดทั้งโบนัส การจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยวเป็นเงินหลักแสนล้านบาท อีกทั้งข่าวดีต้อนรับปีใหม่ คือ ราคาน้ำมันโลกช่วงเดือน พ.ย.
ถึงปลาย ธ.ค.ที่ลดลง 26 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือร้อยละ 32.28 คาดว่าราคาน้ำมันโลกอาจทรงตัวอย่างน้อยช่วงไตรมาสแรกหรืออาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีปัจจัยด้านอุปสงค์มาสนับสนุนให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งของประเทศไทย โดยเฉพาะราคาสินค้าคงหาเหตุผลมาขึ้นราคาในช่วงนี้ไม่ได้ ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันของไทยควรพิจารณาปรับราคาน้ำมันขายปลีกลงตามสัดส่วนราคาน้ำมันโลก “ไม่ใช่รวยอู้ฟู่อยู่คนเดียว”
ด้านอุตสาหกรรมเริ่มเห็นสัญญาณทางบวกจากแนวโน้มการลงทุนที่จะกลับมาขยายตัว สะท้อนจากตัวเลขอนุมัติการลงทุนของบีโอไอ ซึ่งปีที่แล้วมีโครงการขอลงทุน 1.3 ล้านล้านบาท หากสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจเป็นใจ คงเห็นตัวเลขการลงทุนเอกชนขยายตัวร้อยละ 7.2 จากที่ปีที่แล้วติดลบร้อยละ 0.8 กอปรกับการลงทุนของรัฐบาลที่จะใช้งบลงทุน 3.63 แสนล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งจะเร่งใช้ในไตรมาสแรก รวมถึงเปิดประมูลรถไฟฟ้า 3 สาย และรถไฟทางคู่ 7-8 เส้นทาง คาดว่าการลงทุนภาครัฐขยายตัวร้อยละ 11 จากที่ติดลบร้อยละ 5.9
คราวนี้ลองมาดูข้อมูลทางลบบ้าง ตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ย.ยังคงติดลบต่อเนื่องอันเป็นผลจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน ยังไม่ฟื้นตัว และคาดว่าในปีนี้บางประเทศอาจถึงขั้นชะลอตัว ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกต่อเนื่องอย่างน้อยไปจนถึงต้นไตรมาส 2 ขณะที่ปัจจัยที่เป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจไทย คือ ตัวเลขการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรกลยังมีแนวโน้มติดลบ เช่น เครื่องจักรกลเดือน พ.ย.ติดลบร้อยละ 1-1.2 วัตถุดิบติดลบร้อยละ 0.8 และชิ้นส่วนยานยนต์ติดลบร้อยละ 10 และการฟื้นตัวยังมีความเสี่ยงต่อปัจจัยเศรษฐกิจทั้งภายนอกและภายใน
ส่วนปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงและราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ถึงแม้ว่าราคายางจะดีดตัวอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ด้านการตลาด เป็นการแทรกแซงราคาจากรัฐ อีกทั้งราคาอ้อย มันสำปะหลัง และข้าว ซึ่งราคาเริ่มมีเสถียรภาพ แต่สต๊อกยังสูง ทั้งหมดเป็นหอกค้ำคอต่อราคาตลาดที่จะปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ภาคการบริโภคยังได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่จะมีการ
ฟื้นตัวกลับมาขยายเป็นบวกร้อยละ 7.9 จากติดลบในปีที่แล้วร้อยละ 7.3 ซึ่งจะทำให้การบริโภคในประเทศทั้งปีขยายตัวร้อยละ 3.1
จากปัจจัยทั้งทางบวกและทางลบดังกล่าว คาดว่าเศรษฐกิจของไทยในปี 2558 จะขยายตัวได้ดีกว่าปี 2557 ที่ขยายตัวในระดับต่ำประมาณร้อยละ 0.8-1 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ร้อยละ 4 ใกล้เคียงกับศูนย์วิจัยกสิกรไทย ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศอาเซียนโดยเฉลี่ยขยายตัวได้ร้อยละ 5.5-6 แต่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกคงต้องอาศัยการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายล่าช้า ทำให้งบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องใช้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 ค้างอยู่สูงถึง 1.47 แสนล้านบาท ซึ่งดูเหมือนว่านายกฯ ก็รู้ปัญหาดี และกำชับว่า “หากทำไม่ได้เป็นเรื่องแน่!”
คราวนี้ลองมาคาดการณ์พยากรณ์เศรษฐกิจไทยปี 2558 โดยใช้หลักโหราศาสตร์ ซึ่งผมได้มีโอกาสสอบถามอาจารย์สกุล นิยมทอง นักโหราศาสตร์ชื่อดัง ซึ่งพยากรณ์ไว้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกเศรษฐกิจยังทรงตัวประคับประคองไปได้ เพราะดาวเสาร์และดาวราหูทำมุมเล็งลัคนากับดาวเมือง ท่านบอกว่าใครทำการค้าหรือลงทุนก็ให้ระมัดระวัง ส่วนครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้นเพราะดาวพฤหัสย้ายเข้าราศีสิงห์ โดยดาวพฤหัสเดิมมาจากศุภะแล้วจรมาเป็นปุตะกับดวงเมือง ท่านว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเริ่มดีขึ้น แต่จะดีจริงต้องเป็นปี 2559 เพราะราหูย้ายที่เกี่ยวกับการค้าขายต่างประเทศจะดี ซึ่งคงหมายถึงการส่งออก ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ต้องอยู่ในดุลพินิจเอง...นะครับ







