
เศรษฐีแตกตื่น แห่โอนที่ดินหนีภาษีมรดก
ไม่ว่ากฎหมายภาษีจะออกมาอย่างไร แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของเศรษฐีไทย คือการเร่งโอนที่ดินหนีปลอดภัยไว้ก่อน
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
กฎหมายที่เป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นจะไม่มีเรื่องอะไรที่ได้รับความสนใจจากคนไทยตั้งแต่มหาเศรษฐียันคนที่ไม่มีอะไรเลย นั่นคือ “พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการรับมรดก”
กฎหมายนี้ยังเป็นแค่ร่าง พ.ร.บ.ที่อยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีมติรับร่างกฎหมายในวาระที่ 1 โดยมี สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ขอนั่งเป็นประธานกรรมาธิการแปรญัตติกฎหมายนี้เอง เพื่อความกระจ่างแจ้งในกรณีที่มีข้อถกเถียงคัดค้าน
แม้นักกฎหมายมือเซียนอย่าง กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ประธานคณะกรรมการภาษีสภาหอการค้าไทย กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะยืนยันว่าคนรวยจะยังมีช่องทางเลี่ยงภาษี แต่คนชั้นกลางอาจจะกลายเป็นคนรับภาระ และรัฐบาลจะเก็บภาษีได้ไม่มากอย่างที่คิด
แต่เรื่องนี้ พล.อ. ประยุทธ์ กำหนดเป็นนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะลดช่องความเหลื่อมล้ำไม่ให้ใครนำมาใช้อ้างเพื่อแบ่งแยกคนไทยออกจากกันอีก ดังนั้น อย่างไรเสียรัฐบาลจะต้องยืนยันเดินหน้าเก็บภาษีนี้ต่อไป
ฉะนั้น เศรษฐีทั้งหลายเริ่มวิตกกังวลใจว่าคงจะทัดทานการเก็บภาษีมรดกไม่ได้แน่ จึงเกิดปรากฏการณ์แห่โอนที่ดิน โดย ธรรมศักดิ์ ชนะ รองอธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวในการโอนที่ดินจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยอยู่ในรูปแบบการรับ การให้ และการโอนมรดก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่มีขนาดใหญ่ โอนเป็นชุดๆ ซึ่งคาดว่าผู้โอนที่ดินเหล่านี้กลัวการที่จะต้องเสียภาษีมรดกที่มีแนวโน้มจะออกมาในช่วงปี 2558
สอดคล้องกับตัวเลขการทำธุรกรรมของกรมที่ดิน ที่ระบุว่า ตัวเลขผู้มาใช้บริการที่สำนักงานที่ดินทั่วประเทศในเดือน ต.ค. 2557 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 มีจำนวน 749,690 ราย เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ปรากฏว่ามีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจำนวน 125,334 ราย หรือคิดเป็น 20.07%
ขณะที่การจัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมประเภทต่างๆ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ จัดเก็บได้ 7,528.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 330.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.60%
ทั้งนี้ การใช้บริการของประชาชนและการจัดเก็บรายได้จากการทำนิติกรรมต่างๆ ตลอดปีงบประมาณ 2557 มีตัวเลขที่ลดลงมาโดยตลอด และเพิ่งจะมีการใช้บริการและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเร่งผลักดันกฎหมายเก็บภาษีมรดก
สมหมาย ยืนยันว่า การจัดเก็บภาษีมรดก 10% จากส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท จะไม่เป็นภาระต่อประชาชนมากจนเกินไป ภาษีมรดกไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศมีการจัดเก็บตั้งแต่ 20-40% และของไทยไม่ได้เก็บจากมรดกบาทแรก แต่เก็บจากเงินที่เกิน 50 ล้านบาท
“สมมติมรดก 200 ล้านบาท แบ่งให้ลูก 3 คน ก็จะเก็บเฉพาะส่วนที่เกินคนละ 50 ล้านบาท คือประมาณ 10 กว่าล้าน เก็บคนละ 10% ก็คนละล้านกว่าบาท ไม่ได้สูงมาก อย่างฟิลิปปินส์เก็บขั้นบันได เวียดนามเก็บเท่าไทย เกาหลี 10-50% หากคนไม่มีเงินชำระภาษีก็สามารถผ่อนจ่ายได้ 5 ปี โดย 2 ปีแรกไม่เสียดอกเบี้ย หรือหากไม่มีเงินก็สามารถไปจัดตั้งเป็นกองมรดกและรับโอนเมื่อมีเงินชำระภาษีได้”รมว.คลัง ระบุ
ไม่ว่ากฎหมายภาษีจะออกมาอย่างไรก็ตาม แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของเศรษฐีไทย คือการเร่งโอนที่ดินหนีปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่เดือน ต.ค. จนถึงสิ้นปี 2557 และอาจจะมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่ากฎหมายภาษีมรดกจะมีความชัดเจนว่า กรรมาธิการได้แก้ไขตัดถ้อยคำและสาระสำคัญใดออกจากร่างกฎหมายที่จะผ่านสภาบ้างหรือไม่
ซึ่งในที่สุดแล้วอาจจะไม่มีการแก้ไขอะไรเลยก็เป็นได้







