
เอ็มเคฯกำไรสดใสข้ามปี
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี คาดว่ายอดขายสาขาเดิมของบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M)
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี คาดว่ายอดขายสาขาเดิมของบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) จะพลิกเป็นบวกหนุนกำไรไตรมาส 4 ปี 2557 สู่ระดับสูงสุดของปีและจะมีกำไรสุทธิ 594 ล้านบาท เติบโต 14% จากไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้น 9% เทียบกับไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา นับเป็นผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดของปี 2557 ทั้งนี้ยอดขายสาขาเดิมกลับมาเป็นบวกหลังหดตัวติดต่อกัน 4 ไตรมาส
สาเหตุที่มีกำไรดีมากมาจาก 1) สมมติฐานยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ร้านเอ็มเคสุกี้เติบโต 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิเติบโต 4% ในไตรมาส 4 เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส โดย SSSG ร้านเอ็มเคสุกี้กลับมาเติบโต 4% ในเดือน พ.ย. จากติดลบ 5% เดือน ต.ค.) ขณะที่ SSSG ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิขยายตัว 4% เร่งตัวจาก 3% ในเดือน ต.ค. จึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมเดือน ธ.ค. จะเติบโตในอัตราที่สูงขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปลายปี
2) M เปิดร้านเอ็มเคสุกี้ 9 สาขา ยาโยอิ 3 สาขา และมิยาซากิ 1 สาขา ในไตรมาสคาดว่าจะหนุนยอดขายรวมให้เติบโต 6% จากไตรมาส 3, 14% เทียบกับไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาเป็น 3,980 ล้านบาท 3) คาดอัตราส่วน SG&A/sales ลดลง 1.6% จากไตรมาส 3 เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางบัญชีของการตั้งสำรองส่วนเกินมูลค่าหุ้นจากการแปลงสภาพ ที่ให้พนักงานและผู้บริหารจากโครงการอีสป ซึ่งบันทึกอยู่ใน SG&A ลดลง ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายตัว 1% จากไตรมาส 3 เป็น 15% ผลประกอบการที่ขยายตัวในไตรมาส 4 จะส่งผลให้ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 1,990 ล้านบาท หรือหดตัวเพียง 3% เทียบกับปี 2556ผลประกอบการจะกลับมาเติบโตในปี 2558สำหรับแนวโน้มในปี 2558 คาดกำไรสุทธิกลับมาเติบโต 16% เป็น 2,310 ล้านบาท จาก 1) การเปิดสาขาใหม่รวม 60 แห่ง (แบ่งเป็น เอ็มเคสุกี้ 30 สาขา ยาโยอิ 15 สาขา และมิยาซากิ 15 สาขา) เร่งตัวจากปี 2557 ที่เปิดสาขาใหม่รวม 55 สาขา ซึ่งจะผลักดันยอดขายรวมให้เติบโต 12% เป็น 1.65 หมื่นล้านบาท
2) แนวโน้มกำลังซื้อฟื้นตัวและกลยุทธ์การนำเสนอรายการอาหารใหม่เพิ่มเติม จะผลักดันยอดขายสาขาเดิมให้เติบโต 5% 3) อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะขยายตัวจากการประหยัดต่อขนาดจัดซื้อวัตถุดิบ และการใช้ประโยชน์จากครัวกลางใหม่แห่งที่สามเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมต้นทุนการจัดการ และ 4) อัตรา SG&A/sales ลดลงจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ลดลง และการแชร์ต้นทุนบริหารสำนักงานใหญ่ต่อจำนวนร้านอาหารที่เพิ่มขึ้นการเข้าซื้อกิจการอยู่ในแผนงานแล้วM เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศ มูลค่าราว 1,000-2,000 ล้านบาท ซึ่งจะมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจอาหารที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว คาดว่าจะมีข้อสรุปได้อย่างเร็วในช่วงกลางปี 2558 ประเด็นดังกล่าวเป็นเป้าหมายเดิมของบริษัทฯ ที่ต้องการขยายธุรกิจเพื่อรักษาอัตราการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาวนอกเหนือจากธุรกิจร้านอาหารที่มีอยู่ในปัจจุบัน เรามองว่าฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดในมือ 3,060 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2557และมีกระแสเงินสดอิสระ 1,900 ล้านบาท ในปี 2557 โดยปราศจากหนี้สินทางการเงิน จะสนับสนุนความพร้อมในการลงทุนดังกล่าวแนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มธุรกิจมั่นคงในระยะยาวบล.กรุงศรีคงมูลค่าพื้นฐานปี 2558 ที่ 66 บาท ด้วยวิธี DCF (WACC 9.7% Terminal growth 3%) มีส่วนต่างจากราคาปัจจุบัน 17% แนวโน้มผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวชัดเจนใน ไตรมาส 4 และต่อเนื่องปี 2558 เป็นโอกาสเข้าลงทุน และคาดว่าบริษัทจะรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลปี 2557 ที่ 1.60 บาท/หุ้น เท่ากับปีก่อน คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3%
นอกจากนั้น M ยังมีความมั่นคงในระยะยาวตามแนวโน้มธุรกิจร้านสุกียากี้และร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยังแข็งแกร่ง อีกทั้งมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไรและเงินปันผลจ่าย หากสามารถนำเงินสดในมือไปลงทุนขยายธุรกิจผ่านการซื้อกิจการร้านอาหารเครือข่ายตามแผน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของ M คือ การบริโภคฟื้นตัวล่าช้า การขยายสาขาล่าช้า ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ความสำเร็จของรายการส่งเสริมการขาย และการดำเนินงานร้านอาหารแบรนด์ใหม่







