
มั่นใจรับเหมารายย่อยฟื้น
อานิสงส์กฎหมายภาษีที่ดินฉบับใหม่คลอด กระตุ้นสร้างอสังหาฯ-ลงทุนโครงการคึกคัก
อานิสงส์กฎหมายภาษีที่ดินฉบับใหม่คลอด กระตุ้นสร้างอสังหาฯ-ลงทุนโครงการคึกคัก
รับเหมารายย่อย มั่นใจเศรษฐกิจ-กฎหมายที่ดิน หนุนอสังหาฯ ปี 2558 โตสดใส
นายธีระศักดิ์ บุญวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยาสร้างบ้าน ผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทหวังว่าจะมีปัจจัยบวกที่ผลักดันให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นเทียบกับปี 2557 อาทิ การเตรียมการผลักดันใช้กฎหมายภาษีที่ดิน ที่จะกระตุ้นให้ผู้ถือครองที่ดินเปล่าเร่งพัฒนาโครงการใหม่ๆ บนที่ดินเพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์ด้านต่างๆ ทั้งเพื่ออยู่อาศัย หรือการทำธุรกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของไทยที่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้น
“ในรอบปี 2557 นี้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างค่อนข้างชะลอตัว จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีและยาวมาถึงกลางปี จากปกติที่ช่วงดังกล่าวมักเป็นเวลาที่มีการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ๆ แต่ในปีนี้ค่อนข้างเงียบด้วยภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ไม่คงที่ มีผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค” นายธีระศักดิ์ กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจในปี 2558 บริษัทได้ปรับตัวเพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายในระดับกลางมากขึ้น โดยจะหันมารับสร้างบ้านพักอาศัยบนที่ดินของลูกค้าที่มีมูลค่าเริ่มต้นที่ 5-10 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนมากในตลาดก่อสร้างที่อยู่อาศัย จากเดิมบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมูลค่าตั้งแต่ 8 ล้านบาทขึ้นไป ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายกลางถึงบน
ทั้งนี้ พื้นที่การรับเหมางานก่อสร้างของบริษัท จะเน้นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลใกล้เคียง โดยชูจุดเด่นการออกแบบโครงการบ้านพักอาศัยรูปแบบไทยและตะวันออก ผนวกกับการใช้ช่างฝีมือก่อสร้างที่มีทักษะจาก จ.พระนคร ศรีอยุธยา
นอกจากนี้ บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการพัฒนารูปแบบการออกแบบโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ตามความต้องการพื้นที่ใช้สอยแบบเฉพาะด้านมากขึ้น เพื่อให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่แข่งขันและเสี่ยงสูงจากปัญหาแรงงาน พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทุ่นแรงและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยคาดว่าในปี 2558 บริษัทจะเติบโต 5-7%
รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ธุรกิจดาวเด่นในปี 2558 นี้ ธุรกิจก่อสร้างถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 7 เพราะได้รับโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่แต่ละประเทศมีการพัฒนาทั้งระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน งานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ขณะที่ภาครัฐของไทยมีการลงทุนพัฒนาระบบขนส่งขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ฯลฯ







