
ศก.หดทำหนี้ครัวเรือนไม่ลด
ทีดีอาร์ไอห่วงรายได้ไม่เพิ่มจ่ายหนี้ไม่คล่อง กสิกรรวมหนี้นอกระบบถึง 100% ของจีดีพี
ทีดีอาร์ไอห่วงรายได้ไม่เพิ่มจ่ายหนี้ไม่คล่อง กสิกรรวมหนี้นอกระบบถึง 100% ของจีดีพี
ทีดีอาร์ไอคาดหนี้ครัวเรือนปีนี้ยังอยู่ในระดับสูง แม้อัตราการเพิ่มชะลอตัวต่อเนื่อง เหตุเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ
แหล่งข่าวจากมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ในปี 2558 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ยังอยู่ในระดับสูง หากเศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับต่ำจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ที่จะทำให้รายได้ของครัวเรือนไม่เพิ่มขึ้น
“เสถียรภาพภาคครัวเรือนมีความเปราะบางจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว และจะต่อเนื่องไปจนถึงปีนี้” แหล่งข่าว เปิดเผย
ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ของปี 2557 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยอยู่ในระดับ 83.5% แต่หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนของสถาบันการเงินภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2557 ขยายตัว 8.1% แต่นับว่าเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจาก 10.1% ณ สิ้นไตรมาสแรก ปี 2557 เป็นผลจากความระมัดระวังของภาคครัวเรือนในการใช้จ่ายและก่อหนี้ใหม่ ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ทั้งนี้ สินเชื่อภาคครัวเรือนของธนาคารพาณิชย์คิดเป็น 42% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ส่งผลให้รายได้ของผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรมค่อนข้างทรงตัว ขณะที่รายได้ภาคเกษตรกรรมมีความเปราะบางตามราคาสินค้าเกษตรที่ยังลดลงต่อเนื่อง
แหล่งข่าวระบุว่า การที่ภาคครัวเรือนยังอ่อนแอและมีการบริโภคอย่างระมัดระวัง เพราะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนด้อยลง สะท้อนจากสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือนต่อสินเชื่ออุปโภคบริโภคของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นจาก 5.7% ณ สิ้นปี 2556 มาอยู่ที่ 6.2% ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2557 โดยเป็นการด้อยลงของคุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมูลค่าหนี้อาจจะลดลง แต่หากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวต่อไปอีก การที่จะหวังให้สัดส่วนหนี้ลดลงในอัตราที่ไม่น่าเป็นห่วง และทำให้การบริโภคของประชาชนเพิ่มขึ้นเป็นแรงผลักดันของเศรษฐกิจในปีนี้คงจะเป็นเรื่องที่ยากมาก
“ในระยะต่อไปยังต้องติดตามทิศทางรายได้ภาคครัวเรือน และความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ เนื่องจากมีภาระในการชำระหนี้ต่อรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ และจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี” แหล่งข่าว เปิดเผย
นายเชาวน์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หากรวมหนี้นอกระบบเข้าไปด้วย มีความเป็นไปได้สูงว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยอาจจะสูงถึง 100% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การบริโภคภาคครัวเรือนหดตัว







