
โคมไฟพลังแสง แด่ลูกค้าผู้ด้อยโอกาส
ทั้งแรงกดดันภาวะโลกร้อนและความไม่สงบในสังคม จึงไม่แปลกที่บรรดาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผู้ตระหนักถึงปัญหาด้านสังคมและสภาพแวดล้อม จะสร้างสรรค์กิจการที่ไม่เฉพาะแต่ทำประโยชน์ให้กับเจ้าของธุรกิจและพนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนและสภาพแวดล้อมด้วย
ทั้งแรงกดดันภาวะโลกร้อนและความไม่สงบในสังคม จึงไม่แปลกที่บรรดาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผู้ตระหนักถึงปัญหาด้านสังคมและสภาพแวดล้อม จะสร้างสรรค์กิจการที่ไม่เฉพาะแต่ทำประโยชน์ให้กับเจ้าของธุรกิจและพนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนและสภาพแวดล้อมด้วย
“ผมเริ่มต้นธุรกิจโดยได้รับแรงกระเพื่อมจากสังคม” โจนัส เคตเตอเริล วิศวกรเครื่องกล และเจ้าของ “กรีนไลต์ แพลเน็ต” ผู้สร้างแสงสว่างให้กับผู้คนในแอฟริกาและอินเดีย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง กล่าว
แม้ธุรกิจเพื่อสังคมหลายแห่งจะถูกครหาว่าไม่ทำกำไร แต่สำหรับกรีนไลต์ แพลเน็ต ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมายอดขายกลับเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณจนเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับธุรกิจเลยทีเดียว เนื่องจากยอดขายทะยานขึ้น โดยในแต่ละปียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปีก่อนหน้า
ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจในปี 2005 กรีนไลต์ แพลเน็ต ถือหลักการยึดคนเป็นศูนย์กลางมากกว่าถือสินค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นที่มาของการเริ่มต้นพัฒนาโคมไฟพลังแสงอาทิตย์ “ซันคิง” โดยสนนราคาอยู่ที่ 40 เหรียญสหรัฐ/ชิ้น (ราว 1,280 บาท) เท่านั้น ซึ่งเป็นสินค้าที่มียอดขายแข็งแกร่งอย่างมากในเวลาต่อมา
เจ้าของธุรกิจเปิดเผยว่า โดยปกติในแถบที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านทั่วไปมักใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าซในการสร้างแสงสว่างในยามค่ำคืน ซึ่งในความเป็นจริงนั้น อันตราย สร้างมลภาวะ และแพงกว่าพลังงานแสงอาทิตย์มาก
ขณะที่หลายฝ่ายสงสัยโมเดลธุรกิจนี้ว่า ธุรกิจนี้จะไปรอดได้อย่างไรในเมื่อลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่อยู่ในอินเดียและแอฟริกาแทบไม่มีกำลังซื้อ
ด้าน เคตเตอเริล จึงให้เหตุผลว่า จริงอยู่ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีกำลังซื้อจำกัดและแทบไม่มีทรัพยากรในมือ เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้บริโภคจากโลกตะวันตก อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ว่ากลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้จะไม่เลือกซื้อเลือกหาของที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน ดังนั้นความท้าทายของธุรกิจคือการสร้างของที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของลูกค้า
นอกจากนี้ การเลือกกลุ่มลูกค้าแบบนี้ได้ให้ทั้งโอกาส แต่ก็ให้ความท้าทายไปด้วยเช่นกัน เนื่องจากลูกค้าไม่ได้มีโอกาสซื้อสินค้าหลายครั้ง การตัดสินใจแต่ละครั้งจึงห้ามพลาดทีเดียว ฉะนั้นลูกค้าจึงจุกจิกกับสินค้ามากกว่าคนปกติเสียอีก
“ทุกวันนี้ มีคนราว 1,400 ล้านคนทั่วโลก ที่ดำรงชีพโดยปราศจากไฟฟ้า” เคตเตอเริล กล่าว
เคตเตอเริล เชื่อว่าศักยภาพของธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จ คือ ศักยภาพในการตระหนักรู้ถึงความต้องการของชุมชน นอกจากนี้ยังต้องมีสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมและมีความหมายกับลูกค้า
พร้อมกันนี้ เจ้าของธุรกิจยังแสดงความเห็นทิ้งท้ายไว้ว่า การทำธุรกิจนับเป็นหนึ่งในหนทางที่จะช่วยเหลือสังคม เนื่องจากธุรกิจจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงการจัดสรรทรัพยากรจำนวนมากให้อยู่ในที่ๆ เหมาะสมได้
“บ่อยครั้งที่ทุนเอกชนและการลงทุน ช่วยหาทางออกให้กับปัญหาสังคม” เจ้าของธุรกิจแห่งนี้ กล่าว
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หลังจากทุ่มเทจนประสบความสำเร็จกับ “กรีนไลต์ แพลเน็ต” อย่างเต็มที่แล้ว เคตเตอเริลกับเพื่อนๆ ยังก่อตั้ง “บียอนด์ ซูดซาย” ธุรกิจที่หวังให้การฆ่าตัวตายหมดไปจากโลก โดยอาศัยหลักที่ว่า คนที่ฆ่าตัวตายมักหมดความหวัง ฉะนั้นบริษัทจึงต้องสร้างความหวังเพื่อลดจำนวนคนฆ่าตัวตาย







