
ละเว้นหรือทุจริต
คดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเสียหาย 6.8 แสนล้านบาทของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ลากกันมายาวนานถึงตอนนี้ ไม่สามารถสรุปคดีได้ในปีนี้แน่นอน แต่จะลากยาวไปถึงวันที่ 8-9 ม.ค. 2558
คดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเสียหาย 6.8 แสนล้านบาทของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ลากกันมายาวนานถึงตอนนี้ ไม่สามารถสรุปคดีได้ในปีนี้แน่นอน แต่จะลากยาวไปถึงวันที่ 8-9 ม.ค. 2558
วันที่ 8-9 ม.ค. วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. จะมีการแถลงเปิดคดีถอดถอน ยิ่งลักษณ์ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ด้วยตัวเอง
ข้อมูลที่ออกมาในขณะนี้ ไม่ว่าคณะทำงานของ ป.ป.ช. ที่มี สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ร่วมไปหารือกับทีมอัยการสูงสุดที่มี วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าทีม เพื่อส่งฟ้องหรือไม่ส่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่อเจตนารู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จะสรุปผลออกมาอย่างไร
งานนี้มีสายทางเดียวที่เกิดขึ้น คือ ต้องสั่งฟ้องเท่านั้น
ถ้าอัยการสูงสุดไม่ฟ้อง ป.ป.ช.จะต้องฟ้องเอง เหมือนกรณีรถดับเพลิงอันอื้อฉาวที่ทนายความของรัฐไม่ยอมฟ้อง แต่ ป.ป.ช.ฟ้อง สุดท้ายชนะคดี จนสำนักงานอัยการสูงสุดเสื่อมมนต์ขลังไปแล้ว คดีนี้จะท้าทายการทำงานของทนายความของรัฐอีกครั้งหนึ่ง
การประชุมร่วมระหว่างคณะทำงาน ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด 3-4 ครั้งที่ผ่านมา อสส.มีความเห็นแย้งมาตลอด ล่าสุดอ้างว่าพยานและหลักฐานของ ป.ป.ช.ไม่สมบูรณ์
การประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าวออกมาว่า ให้ไปสอบพยานเพิ่มอีก 2 ปาก แต่ความจริงมีการเสนอให้สอบแค่ปากเดียว นั่นคือ นิพนธ์ พัวพงศกร อดีตประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเท่านั้น เพราะอัยการสูงสุดทักท้วงในประเด็นเรื่องขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ที่ถูกระบุว่ามีการทุจริตมาตลอด
ทั้งๆ ที่คณะอนุกรรมการของ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดยิ่งลักษณ์ ใช้เวลาสอบมานาน สอบพยานครบทุกฝ่ายมาแทบจะเรียกว่าสมบูรณ์แล้ว หากสอบพยานเพิ่มตามคำขอของอัยการสูงสุดต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทำให้คดีนี้ลากยาวออกไปไม่รู้จบ
ขนาด สรรเสริญ ที่เป็นถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. ยังออกมาดักคอว่า ประเด็นเรื่องขายข้าวจีทูจีนั้นเป็นคนละเรื่องคนละคดีกับคดียื่นฟ้อง ยิ่งลักษณ์ เพราะสำนวนฟ้องของ ป.ป.ช.ต่อยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีการกล่าวหาเรื่องทุจริตข้าวจีทูจีแม้แต่น้อย แต่ชี้ว่านายกรัฐมนตรีไม่ยับยั้งความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ทั้งๆ ที่มีอำนาจ แต่ทำไมอัยการสูงสุดจึงเสนอให้สอบเพิ่มเติมในประเด็นนี้
ในทางคดีความ นักกฎหมายของ ป.ป.ช. บอกว่า การหาช่องโหว่เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นสำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช.มาเป็นเรื่องการทุจริต แทนที่จะเป็นข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดย
มิชอบของอัยการสูงสุดนั้น มีผลต่อการทำให้ผู้นำทางการเมืองและผู้นำประเทศพ้นผิดได้
เพราะทุจริตกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น มันเป็นคนละฐานความผิด







