
ปี 2558 ปีทอง ของกลุ่มหลักทรัพย์
ปี 2557 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์ไม่ต่างจากอีกหลายธุรกิจ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วง 9 เดือนแรกของปีลดลงถึง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (Y-Y) ประกอบกับการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงขึ้นหลังมีบริษัทหลักทรัพย์เกิดใหม่ขึ้นอีก 3 แห่ง ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับลดลงถึง 38% Y-Y เป็นการปรับลดลงของทุกบริษัท แม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายจนน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี แต่กลับต้องเผชิญแรงกดดันจากกำไรของพอร์ตการลงทุนที่ลดลงตามทิศทางของ SET Index ทำให้กำไรในไตรมาสสุดท้ายไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าปี 2558 จะเป็นปีทองของกลุ่มนี้ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น และหากมีการเลือกตั้งภายในปลายปีหน้า ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับการซื้อขาย นักวิเคราะห์ของเราเลือก ASP เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากการเติบโตของกำไรที่ดีและเงินปันผลที่สูงกว่ากลุ่ม
ปี 2557 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์ไม่ต่างจากอีกหลายธุรกิจ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วง 9 เดือนแรกของปีลดลงถึง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (Y-Y) ประกอบกับการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงขึ้นหลังมีบริษัทหลักทรัพย์เกิดใหม่ขึ้นอีก 3 แห่ง ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับลดลงถึง 38% Y-Y เป็นการปรับลดลงของทุกบริษัท แม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายจนน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี แต่กลับต้องเผชิญแรงกดดันจากกำไรของพอร์ตการลงทุนที่ลดลงตามทิศทางของ SET Index ทำให้กำไรในไตรมาสสุดท้ายไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าปี 2558 จะเป็นปีทองของกลุ่มนี้ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น และหากมีการเลือกตั้งภายในปลายปีหน้า ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับการซื้อขาย นักวิเคราะห์ของเราเลือก ASP เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากการเติบโตของกำไรที่ดีและเงินปันผลที่สูงกว่ากลุ่ม
มูลค่าการซื้อขายไตรมาสสุดท้ายคึกคัก แต่กำไรถูกกดดันจากกำไรพอร์ตที่ลดลงเราคาดการณ์มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ (ไม่รวมบัญชีบริษัทหลักทรัพย์) ในไตรมาส 4/57 เฉลี่ย 5.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน (Q-Q) และ 78% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (Y-Y) และเป็นระดับสูงสุดของปีนี้ ได้รับแรงหนุนทั้งด้านบวก (มุมมองเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในปีหน้า) และด้านลบ (การปรับลงรุนแรงของราคาน้ำมัน) อย่างไรก็ตาม จากการปรับตัวลง SET Index ที่ประมาณ 4-5% Q-Q ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ที่มีพอร์ตการลงทุน (Proprietary trading) น่าจะมีกำไรลดลง Q-Q หรืออาจขาดทุน เราจึงคาดว่ากำไรของกลุ่มหลักทรัพย์ในไตรมาส 4/57 จะลดลง 23% Q-Q แต่ยังเพิ่มขึ้น 30% Y-Y ตามมูลค่าการซื้อขายของตลาดฯ ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เราคาดว่า MBKET มีความเสี่ยงต่ำสุด และคาดว่าน่าจะมีกำไรดีที่สุดในกลุ่มในไตรมาสนี้ คือลดลง 5% Q-Q และเพิ่มขึ้น 33% Y-Yคาดมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ปี 2558 เพิ่ม 10%ในปี 2558 ภาพเศรษฐกิจมีความเป็นบวกต่อการลงทุนชัดเจนขึ้น บล.ฟินันเซียไซรัสคาดว่าการซื้อขายยังคงคึกคักในช่วงต้นปีจากความหวังของการเริ่มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และคึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปีหากมีการเลือกตั้ง เราประเมินมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย (ไม่รวมบัญชีบริษัทหลักทรัพย์) ปี 2558 ในกรณีฐานที่ 4.6 หมื่นล้านบาท/วัน เพิ่มขึ้น 10% Y-Y ซึ่งคิดเป็นระดับ Market Trading / Market apitalization ที่ 0.3% ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิปีหน้าน่าจะเพิ่ม 5% ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง บนสมมติฐานมูลค่าการซื้อขายกรณีฐานของปี 2558 ที่เฉลี่ย 4.6 หมื่นต่อวัน (ไม่รวมบัญชีหลักทรัพย์) เราคาดว่ากลุ่มหลักทรัพย์ที่เราทำการศึกษา (ASP, MBKET และ KGI) จะมีกำไรสุทธิรวม 2,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน ส่งผลให้ปี 2558 เป็นปีทองของกลุ่มหลักทรัพย์อีกครั้งเพราะระดับกำไรดังกล่าวเป็นสถิติกำไรสูงสุด (สูงกว่าปี 2556 ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 4.4 หมื่นล้านบาทต่อวัน) เราคาดว่า ASP จะมีกำไรสุทธิเติบโตดีที่สุดในกลุ่มที่ 8% โดยมีสมมติฐานส่วนแบ่งการตลาดที่ 4% เท่ากับปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหาร และอัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่ 0.19% เพิ่มจาก 0.18% ในปี 2014 และผลตอบแทนการลงทุนที่ 12% ขณะที่การเน้นงาน IB และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่มากยิ่งขึ้นน่าจะช่วยสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมให้มีสัดส่วนที่มีเสถียรภาพขึ้นได้ ถือเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีการกระจายรายได้มากที่สุดในกลุ่ม ASP จึงเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มหลักทรัพย์ โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปีหน้าที่ 4.80 บาท นอกจากนี้ ยังเป็นหุ้นที่ให้อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงประมาณ 7-8% ต่อปี สำหรับระยะสั้น ผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นักวิเคราะห์ของเราคาดว่าก็น่าจะเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มเช่นกัน โดยคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 39% Y-Y ราคาหุ้นในระยะนี้มีแนวรับที่ประมาณ 4 บาท







