
กทช.ดึงคลื่นทีโอทีคืนเหตุถือ2.3กิ๊กไว้เกิน
โพสต์ทูเดย์
— กทช.แนะทีโอที คืนคลื่น 2.3 กิกะเฮิรตซ์ พร้อมรับเงินชดเชย ให้โอกาสรายอื่นบริการไวแมกซ์ ยันผู้ใช้ได้บริการดีขึ้นแน่พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า กทช.จัดรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม เรื่องแนวทางการอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีไร้สาย หรือบีดับเบิลยูเอ ซึ่งเป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ กทช.จะเลือกใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.3 กิกะเฮิรตซ์ ตามแนวทางของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู
ทั้งนี้ คลื่นดังกล่าว กทช.กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมีแบนด์วิธไว้ในครอบครองไม่เกิน 30 เมกะเฮิรตซ์ ใครที่มีอยู่แล้วเพียงแต่เปลี่ยนมาใช้บริการบีดับเบิลยูเอ แต่ถ้าใครมีเกินกว่า 30 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งปัจจุบันบริษัท ทีโอที มีอยู่กว่า 60 เมกะเฮิรตซ์ ต้องโอนให้ผู้ประกอบการรายอื่น พร้อมรับเงินค่าคลื่นตามความเหมาะสม หรือคืนคลื่นให้ กทช. เพื่อทำการจัดสรรใหม่ และทีโอทีจะได้รับเงินชดเชย
“
ทีโอทีไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีให้บริการประชาชนอยู่ เพราะบริการเดิมสามารถรับจัดสรรคลื่นใหม่ไปให้บริการได้ หรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่รับคลื่น 2.3 ไป กทช. จะกำหนดให้ต้องให้บริการเดิมในพื้นที่เดิมด้วย ถือเป็นเรื่องการให้บริการทั่วถึง หรือยูเอสโอ แต่ กทช. ไม่อยากยึดคลื่นคืนเพราะจะทำให้มีเรื่องฟ้องร้องกันยาว” พ.อ.นที กล่าวสำหรับคลื่น 2.5 กิกะเฮิรตซ์ มีการเสนอให้เก็บไว้สำหรับเทคโนโลยีแอลทีอี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต่อยอดจาก 3จี แต่ กทช. พิจารณาแล้วว่าระหว่างรอเทคโนโลยีสามารถนำคลื่นมาใช้ประโยชน์ได้ก่อน เมื่อถึงเวลาค่อยจัดสรรใหม่ได้ โดยหลังจากนี้จะนำข้อเสนอทั้งหมดเข้าพิจารณาในการประชุม จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะประมาณ ก.ค.
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ทีโอทีใช้คลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล 6.5 หมื่นแห่ง มีรายได้ 230 บาทต่อเดือนต่อเลขหมาย ถ้าเอาคลื่นคืนประชาชนจะทำอย่างไร และการเปลี่ยนคลื่นความถี่อื่นก็ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วย คาดใช้งบ 2,000 ล้านบาท กทช.จะชดเชยให้หรือไม่
นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดียและการตลาด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า คลื่น 2.3 กิกะเฮิรตซ์มีความพร้อมใช้งาน นำมาทดแทนการให้บริการอินเทอร์เน็ตตามสายได้ ส่วนคลื่น 2.5 กิกะเฮิรตซ์อาจสงวนไว้ใช้เทคโนโลยีแอลทีอีจะดีกว่า







