
คอลลี่ฯจ่อคว้าชัปปุยส์พรีเซนเตอร์
คอลลี่ฯ โหนกระแสชัปปุยส์ จ่อทาบเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เจาะสาวไทย
คอลลี่ฯ โหนกระแสชัปปุยส์ จ่อทาบเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เจาะสาวไทย
นายพีรพัฒน์ ลิขิตรัตน์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัฒน์พลัส ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์คอลลี่ คอลลาเจน เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างทาบทาม ชาริล ชัปปุยส์ นักฟุตบอลทีมชาติชุดแชมป์อาเซียน ในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ให้กับผลิตภัณฑ์แบรนด์คอลลี่ คอลลาเจน เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วและกว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายผู้หญิง
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทคอลลาเจน เป็นตลาดที่แข่งขันรุนแรงโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งชัปปุยส์ได้กลายเป็นขวัญใจของสาวๆ ไทยทั่วประเทศ หลังจากกระแสฟุตบอลไทยที่มาแรงมาก หน้าตาหล่อ ถ้าได้ชัปปุยส์มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของคอลลี่ เชื่อว่าแบรนด์จะต้องเป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนี้ยังดึงสาวๆ ที่ไม่เคยซื้อสินค้าให้หันมาลองเลือกใช้ดูบ้าง คาดว่าการเจรจาดังกล่าวจะได้เห็นความชัดเจนในปีหน้า
ขณะที่แผนตลาดปี 2558 บริษัทเดินหน้าเต็มที่ โดยได้เตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับผิว นับว่าเป็นครั้งแรกของบริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก จากเดิมที่ผลิตสำหรับรับประทานอย่างคอลลาเจนและคลอโรฟิล เนื่องจากตั้งเป้าหมายจะเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของผิว ที่มีสินค้าอย่างครบวงจรทั้งสำหรับภายในและภายนอก
“จากนี้ไปบริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่ทุก 4 เดือน แต่ยังคงเน้นกลุ่มคอลลาเจนเป็นสินค้าหลักในการสร้างยอดขาย เพราะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม และตลาดยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เห็นได้จากแนวโน้มจากประเทศญี่ปุ่น” นายพีรพัฒน์ กล่าว
นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายในอนาคตบริษัทต้องการสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าคอลลาเจนบำรุงผิว 60% ปัจจุบันมียอดขายในสัดส่วน 90% และที่เหลืออีก 40% เป็นอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง
นอกจากนี้ สภาพการแข่งขันตลาดต่างจังหวัดไม่มีความรุนแรง ขณะเดียวกันยังใช้งบประมาณการทำตลาดต่ำกว่าในกรุงเทพฯ แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่า โดยบริษัทจะจัดทีมเข้าไปขายสินค้ากับร้านตัวแทนจำหน่าย และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ณ จุดขาย รวมถึงโฆษณาผ่านรายการวิทยุ
สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าวที่ได้ดำเนินการช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จจนทำให้มียอดขายต่างจังหวัดสูงกว่า 70% จากยอดขายทั่วประเทศ อีก 30% เป็นกรุงเทพฯ สำหรับรายได้สิ้นปีนี้คาดว่ามียอดขาย 300-400 ล้านบาท และปีหน้าตั้งเป้าเติบโตไม่น้อยกว่า 10-15% หรือเกือบ 500 ล้านบาท







