
อุตฯตั้งกรรมการช่วยเหลือราคาอ้อย
คาดไม่พ้นกู้ธกส.จ่ายเพิ่มด้านโรงงานน้ำตาลโชว์ตัวเลขหลังเปิดหีบอ้อย 23 วัน ผลิตน้ำตาล 12.01 ล้านกระสอบ
คาดไม่พ้นกู้ธกส.จ่ายเพิ่มด้านโรงงานน้ำตาลโชว์ตัวเลขหลังเปิดหีบอ้อย 23 วัน ผลิตน้ำตาล 12.01 ล้านกระสอบ
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ได้ลงนามในหนังสือแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวไร่อ้อยฤดูการผลิตปี 2557/2558 มีนายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน
ทั้งนี้ สาเหตุของการตั้งคณะทำงาน เนื่องจาก กอน. ได้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต 2557/58 ไว้ที่ 900 บาทต่อตันอ้อย ขณะที่ราคาต้นทุนที่ชาวไร่เสนออยู่ที่ 1,222 บาทต่อตัน จึงต้องมีคณะทำงานขึ้นมาการช่วยเหลือส่วนต่างดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะยังคงใช้แนวทางเดิมคือกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)เพื่อชดเชยส่วนต่าง ซึ่งหากคำนวณกจากกต้นทุนดังกล่าว ส่วนต่างจะอยู่ที่ 322 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งถ้าคำนวณจากปริมาณอ้อยที่ 100 ล้านตัน จะต้องกู้เงินถึง 32,200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวถือว่าสูงเกินไปที่คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาเพื่อนำเสนอต่อ กอน. ต่อไป ซึ่งในปีที่ผ่านมา กอน. อนุมัติเงินเพิ่มค่าอ้อยอยู่ที่ 160 บาทต่อตันอ้อย และกู้เงินจาก ธ.ก.ส.มาจ่ายเงินเพิ่มดังกล่าวที่ 16,000 ล้านบาท
นายอุฤทธิ์ กล่าวว่า ตนเตรียมประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวไร่อ้อยฤดูการผลิตปี 2557/2558 ภายในเดือนม.ค. 2558 ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะต้องเร่งสรุปแนวทางช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด แต่คงไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในภาพรวม เพราะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมครม. เบื้องต้นอาจใช้แนวทางเดิมคือ การกู้เงินจากธกส.และนำเงินจากราคาน้ำตาลทรายอัตรา 5 บาทต่อกิโลกรัมมาชำระหนี้ ส่วนวงเงินที่ชัดเจนนั้นต้องรอหารือร่วมกับตัวแทนชาวไร่ โรงงาน และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในคณะทำงานก่อน
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าการหีบอ้อยฤดูการผลิต 2557/2558 ว่า หลังโรงงานน้ำตาลเปิดหีบอ้อยเป็นระยะเวลารวม 23 วัน นับตั้งแต่เปิดหีบอ้อยวันแรก 1 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา มีโรงงานน้ำตาลเปิดรับผลผลิตอ้อยแล้ว 41 โรงจากจำนวนทั้งหมด 51 โรง พบว่ามีปริมาณผลิตอ้อยเข้าหีบแล้ว 14.29 ล้านตันอ้อย ผลิตน้ำตาลทรายได้ 1.201 ล้านตัน หรือ 12.01 ล้านกระสอบ หรือคิดเป็นผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อย (ยิลด์) เฉลี่ยอยู่ที่ 84.04 กก.ต่อตันอ้อย สูงกว่าระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่ผลิตน้ำตาลได้เพียง 81.74 กิโลกรัมต่อตันอ้อย
ส่วนค่าความหวานของฤดูการหีบปีนี้อยู่ที่ 10.55 ซี.ซี.เอส ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบระยะเวลาหีบอ้อยเท่ากันของปีที่ผ่านมาที่มีค่าความหวานอยู่ที่ 10.72 ซี.ซี.เอส. ซึ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็นในขณะนี้เชื่อว่าจะช่วยให้อ้อยที่อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวสามารถสร้างค่าความหวานเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนให้ค่าความหวานโดยรวมดีขึ้นได้
ทั้งนี้ หากพิจารณาในแง่ประสิทธิภาพการหีบอ้อยของโรงงานน้ำตาลทรายจะพบว่า โรงงานใช้กำลังหีบอ้อยสูงขึ้นเพราะมีการพัฒนาเครื่องจักร โดยสามารถรองรับผลผลิตอ้อยเฉลี่ยต่อวัน 899,237.85 ตันอ้อยต่อวัน สูงกว่าปีก่อนที่มีอ้อยเข้าหีบเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 704,007.01 ตันอ้อยต่อวันจากช่วงเวลาที่โรงงานมีการเปิดรับผลผลิตอ้อยเท่ากัน
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ได้ลงนามในหนังสือแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวไร่อ้อยฤดูการผลิตปี 2557/2558 มีนายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน
ทั้งนี้ สาเหตุของการตั้งคณะทำงาน เนื่องจาก กอน. ได้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต 2557/58 ไว้ที่ 900 บาทต่อตันอ้อย ขณะที่ราคาต้นทุนที่ชาวไร่เสนออยู่ที่ 1,222 บาทต่อตัน จึงต้องมีคณะทำงานขึ้นมาการช่วยเหลือส่วนต่างดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะยังคงใช้แนวทางเดิมคือกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)เพื่อชดเชยส่วนต่าง ซึ่งหากคำนวณกจากกต้นทุนดังกล่าว ส่วนต่างจะอยู่ที่ 322 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งถ้าคำนวณจากปริมาณอ้อยที่ 100 ล้านตัน จะต้องกู้เงินถึง 32,200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวถือว่าสูงเกินไปที่คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาเพื่อนำเสนอต่อ กอน. ต่อไป ซึ่งในปีที่ผ่านมา กอน. อนุมัติเงินเพิ่มค่าอ้อยอยู่ที่ 160 บาทต่อตันอ้อย และกู้เงินจาก ธ.ก.ส.มาจ่ายเงินเพิ่มดังกล่าวที่ 16,000 ล้านบาท
นายอุฤทธิ์ กล่าวว่า ตนเตรียมประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวไร่อ้อยฤดูการผลิตปี 2557/2558 ภายในเดือนม.ค. 2558 ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะต้องเร่งสรุปแนวทางช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด แต่คงไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในภาพรวม เพราะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมครม. เบื้องต้นอาจใช้แนวทางเดิมคือ การกู้เงินจากธกส.และนำเงินจากราคาน้ำตาลทรายอัตรา 5 บาทต่อกิโลกรัมมาชำระหนี้ ส่วนวงเงินที่ชัดเจนนั้นต้องรอหารือร่วมกับตัวแทนชาวไร่ โรงงาน และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในคณะทำงานก่อน
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าการหีบอ้อยฤดูการผลิต 2557/2558 ว่า หลังโรงงานน้ำตาลเปิดหีบอ้อยเป็นระยะเวลารวม 23 วัน นับตั้งแต่เปิดหีบอ้อยวันแรก 1 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา มีโรงงานน้ำตาลเปิดรับผลผลิตอ้อยแล้ว 41 โรงจากจำนวนทั้งหมด 51 โรง พบว่ามีปริมาณผลิตอ้อยเข้าหีบแล้ว 14.29 ล้านตันอ้อย ผลิตน้ำตาลทรายได้ 1.201 ล้านตัน หรือ 12.01 ล้านกระสอบ หรือคิดเป็นผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อย (ยิลด์) เฉลี่ยอยู่ที่ 84.04 กก.ต่อตันอ้อย สูงกว่าระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่ผลิตน้ำตาลได้เพียง 81.74 กิโลกรัมต่อตันอ้อย
ส่วนค่าความหวานของฤดูการหีบปีนี้อยู่ที่ 10.55 ซี.ซี.เอส ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบระยะเวลาหีบอ้อยเท่ากันของปีที่ผ่านมาที่มีค่าความหวานอยู่ที่ 10.72 ซี.ซี.เอส. ซึ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็นในขณะนี้เชื่อว่าจะช่วยให้อ้อยที่อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวสามารถสร้างค่าความหวานเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนให้ค่าความหวานโดยรวมดีขึ้นได้
ทั้งนี้ หากพิจารณาในแง่ประสิทธิภาพการหีบอ้อยของโรงงานน้ำตาลทรายจะพบว่า โรงงานใช้กำลังหีบอ้อยสูงขึ้นเพราะมีการพัฒนาเครื่องจักร โดยสามารถรองรับผลผลิตอ้อยเฉลี่ยต่อวัน 899,237.85 ตันอ้อยต่อวัน สูงกว่าปีก่อนที่มีอ้อยเข้าหีบเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 704,007.01 ตันอ้อยต่อวันจากช่วงเวลาที่โรงงานมีการเปิดรับผลผลิตอ้อยเท่ากัน







