
กีฬา
ช่วง 1 ปีมานี้ ผมรู้สึกว่าคนไทยตื่นตัวเรื่อง “เชียร์กีฬา” สูงขึ้นมาก
ช่วง 1 ปีมานี้ ผมรู้สึกว่าคนไทยตื่นตัวเรื่อง “เชียร์กีฬา” สูงขึ้นมาก
ไม่ค่อยแน่ใจว่ากระแสเหล่านี้เกิดขึ้นตอนไหน แต่พอเห็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยกลับจากคว้าแชมป์อาเซียน รายการ AFF SUZUKI CUP 2014 แล้วมี “มวลมหาประชาเชียร์” จำนวนมหาศาลออกมารอต้อนรับตามท้องถนน ผมก็ยิ่งมั่นใจเลยว่ากระแสคนดูกีฬาช่วงนี้เป็น “ของจริง”
อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าทั้งไทยและอาเซียนมีศักยภาพมากกว่าการเป็นกองเชียร์เพียงอย่างเดียว
เมื่อไม่กี่วันมานี้ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล เพิ่งโหวตอนุญาตการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งต่อๆ ไป สามารถมีเจ้าภาพพร้อมกันได้หลายเมืองและหลายประเทศ นั่นหมายความว่า เวลาจะยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพก็สามารถยื่นร่วมกันกับประเทศอื่นได้
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากหลายประเทศที่สนใจเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2565 ขอถอนตัวจากการเข้ารับการพิจารณา เนื่องจากประสบปัญหาด้านการเงิน หากเปิดให้เป็นเจ้าภาพพร้อมกันหลายประเทศได้ ก็จะมีผู้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระการเงินนั้น
ริต้า สุโบโว ประธานกรรมการโอลิมปิกแห่งอินโดนีเซีย มองว่า นี่เป็นโอกาสอันดีของอาเซียนในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอนาคต เธอเชื่อว่าหากอาเซียนพยายามก้าวข้ามข้อจำกัดอื่นๆ ไปได้ อาเซียนเองก็มีศักยภาพพร้อมเป็นเจ้าภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวข้ามข้อกำหนดที่สูงลิ่วของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หากกระจายค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการและก่อสร้างออกไปสัก 2 ประเทศ เรื่องที่ประเทศในอาเซียนจะเป็นเจ้าภาพก็ดูมีความเป็นไปได้มากขึ้น
จริงๆ เรื่องที่เธอพูด ก็ไม่ถึงกับเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี บลูพรินต์) ก็ได้เพิ่มความร่วมมือด้านกีฬา เป็นความร่วมมือด้านใหม่ในแผนงานเอาไว้แล้ว หากอาเซียนอย่างน้อยสัก 2 ประเทศจะจับมือกันเป็นเจ้าภาพโดยตรง และมีประเทศอื่นในภูมิภาคคอยให้ความร่วมมือสนับสนุนด้วย ก็ถือเป็นการช่วยให้เอเอสซีซีแข็งแกร่ง
ประเด็นอยู่ที่แรงเชียร์สนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของแต่ละประเทศจะมากน้อยแค่ไหน นำไปสู่การขับเคลื่อนของระดับผู้นำหรือไม่
เวียดนามคงไม่เอาแน่ เพราะล่าสุดเวียดนามเพิ่งถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ ปี 2562 ไป
แต่ถ้าอินโดนีเซียละก็ไม่แน่ เพราะเป็นประเทศที่กล้าเข้าไปรับช่วงเอเชียนเกมส์ ปี 2562 ต่อจากเวียดนาม มีผู้นำคนใหม่วิสัยทัศน์กว้างไกล และอยู่ในช่วงเร่งพัฒนาประเทศทุกด้าน
การเป็นเจ้าภาพกีฬา คือการโปรโมทประเทศ โปรโมทการท่องเที่ยวที่ไวที่สุดทางหนึ่งครับ แม้ช่วงจัดอาจไม่ได้กำไร หรือถึงขั้นขาดทุน แต่ถ้ามองในแง่การลงทุนระยะยาว ถือว่าน่าสนใจ
ยิ่งในช่วงที่คนไทยกำลังสนใจชม สนใจเชียร์กีฬา ประกอบกับพื้นฐานคนไทยมีจิตใจด้านบริการอยู่แล้ว ยิ่งสะท้อนว่าศักยภาพพื้นฐานที่ไม่ต้องลงทุน “เราพร้อม”
หากไทยจับมืออินโดนีเซียสู้ศึกยื่นเป็นเจ้าภาพดูสักตั้ง ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ 2 ประเทศจะจับมือกันโต ช่วยสร้างชื่อเสียงให้อาเซียน นำรายได้เข้าสู่ภูมิภาคต่อไป







